[แท็กแรก] คอมมู จาก โทยะ โหด 50 ข้อ

กติกา :
- เขียนถึงลูกคอมมูตัวทั้งหมด (ในที่นี้หมายถึงที่เคยโรล ทั้งโรลอยู่และถอนไปแล้ว)
- ตอบตามความจริง- ตอบทุกข้อ- ตอบยาวๆก็ได้ หมายเหตุ : แท๊กนี้อาจดูหื่นกรุณาอย่าสนใจ (??)
 
 
จากกติกา
-อาจเขียนไม่ทั้งหมดเพราะไม่อยากเขียน-
-ตอบตามจริงแต่อาจตอบไม่ทั้งหมด  และบางข้ออาจไม่ทำเพราะ เราเกรียน.....-
 

 
 
1. บอกชื่อเจ้ามา (ชื่อจริงหรือนามแฝงก็ได้)
 
-- ตัดจากชื่อเต็มมาว่า  เอนราเทียสค่ะ   และเรียกให้สั้นลงได้ว่า  เอน  เพิ่มความสถ่อยด้วยคำว่า  อิเอน  ค่ะ 

 
2. มีลูกแล้วกี่คน?
 
-- ทั้งที่เล่นอยู่  ถอนแล้ว  และเตรียมลง  นับได้เกือบสิบนะคะ  แต่ที่เป็น CD OC ที่มีไว้ใช้ในนิยาย  โปรเจ็คอื่นไม่ใช่การเล่นคอมมู  ไม่เรียกว่าเป็นลูก  มี...................... เยอะ
 
 
 
3. บอกชื่อลูกทั้งหมดที่เคยโรลมา (ทั้งที่ยังโรลอยู่และถอนไปแล้ว) 
 
ทางเอนขอเพิ่มที่จองไว้และที่กำลังจะลงด้วยนะคะ
-- Fuoco Divino [Ignis Divine] ความหมายของชื่อ พระจิตแห่งพระเจ้า ไฟชำระบาป @RMC
-- Kyrie Eleyson ความหมายของชื่อ  พระผู้เป็นเจ้าโปรดเมตตา  @RMC
-- Zefvarius Luxfieraljah Akathez la Borjier ความหมายของชื่อ  ผู้พิทักษ์อรุโณทัยแห่งท้องสมุทร  @EBW 
--Zephiros Luxfieraljah Akathez la Borjier ความหมายของชื่อ  พายุยามรุ่งอรุณแห่งท้องทะเล  @EBW  
--ไอศูรย์  อันธิกนรกานต์ [ไอศ์] ความหมายของชื่อ  ราชันย์ผู้เป็นใหญ่แห่งนรกภูมิอันมืดมิด @EI
--ไอศิกา -ไม่มีนามสกุล-  ความหมายของชื่อ  นางผู้เป็นใหญ่  ถ้าเขียน Izika จะแผลว่า การฝังศพ (มีแผนจะลงแต่ยังไม่ได้ลงและไม่ได้จองค่ะ) EI
--Frycer [Fryce ฟรีคซ์] ความหมายของชื่อ  ความน่าสะพรึงกลัว  (มีแผนจะลงแต่ยังไม่ได้ลงและไม่ได้จองค่ะ) ETK
--Luxfier [ลุกซ์ / เฟียร์]  ความหมายของชื่อ  ผู้นำมาซึ่งแสงสว่าง // รุ่งอรุณ  (มีแผนจะลงแต่ยังไม่ได้ลงและไม่ได้จองค่ะ) EBB

-- Narzisxus Black. Baccara [Narcissus นาร์ซิสซัส] ความหมายของชื่อ  ก็.. ดอกพลับพลึงในดงกุหลาบดำ(?) ฮระๆ (มีแผนจะลงแต่ยังไม่ได้ลงและไม่ได้จองค่ะ) EBB

 
 
 
 
 4. คอมมูแรกที่เล่น เพราะอะไร
 
-- RMC เพราะชอบระบบคอมมู  ชอบมาเฟีย  ชอบวาเรีย  ชอบรีบอร์นค่ะ  
 
 
 
5. บอกชื่อคอมมูทั้งหมดที่เคยเล่นมา

-- RMC EBW ที่เหลือยังไม่ลงโรลค่ะ 
 
5. คอมมูล่าสุดที่เล่น เพราะอะไร
 
-- ล่าสุดที่เล่นจริงๆ คือ EBW เพราะธีมแวมไพร์ แวร์วูฟ ล่ะค่ะ  
--แต่ล่าสุดที่ตัดสินใจจะเล่นคือ EBB เพราะชอบพ่อบ้าน  และอังกฤษ สมัยวิคเตอเรียน

 
6. ชอบคอมมูไหนที่สุดที่เคยเล่นมา เพราะอะไร

-- RMC ค่ะ  เพราะเป็นคอมมูแรก  ทุกคนเป็นมิตร  แม่งานใจดี  พูดคุยทั่วถึง NPC น่ารัก  เห็นคอมมูมากมายก็ปล่อยให้ผ่านไป  จนคอมมูนี้แหละค่ะที่คิดว่าจะลงให้ได้
 
7. ความประทับใจในการเล่นคอมมูครั้งแรก

-- ได้เจอหลายๆ คนที่รสนิยมไปทางเดียวกัน  ได้มีโอกาสคุยกับคนที่อยากรู้จักมานานแล้ว  ได้แฟนอาร์ตมาด้วยล่ะค่ะ  เป็นความรู้สึกคนละแบบกับแฟนอาร์ตที่ได้จาก CF  
 
 

8. เรื่องหน้าอายที่สุดในการโรลเพลย์

-- ผิดทวิต... ไม่ค่อยมีนะคะ  ก็มีเมาฉาก  หลงช่วงเวลา  แล้วก็.... เสียเสะ(?) ฮระๆ v_v 

 
 
 
9. มี เขย/สะใภ้ กี่คน?

-- เขยเป็นทางการแค่คนเดียวก็เกินพอค่ะ  ไม่ขอมีเพิ่ม ฮะ ฮะ ฮะ
-- สะใภ้เป็นทางการเหลือคนเดียวค่ะ  กับว่าที่สะใภ้  อยู่ระหว่างค่อยๆ ดูกันไปไม่อยากรีบแบบจับชน

 

10. บอกชื่อลูกที่มี เขย/สะใภ้ แล้ว

-- ฟัว
-- นาร์ซิสซัส  เป็นเขยจำเป็นของบ้านกระต่าย(?)ไม่นับ เซฟพี่  อยู่ระหว่างดูสะใภ้(?)


 
 
 
11. บอกชื่อ เขย/สะใภ้ คนแรก คอมมูไหน

-- คุณคงเดช  เกษมสมบัติ ณ RMC ค่ะ
-- ยูจิจี้  ยูจีนจัง RMC เป็นสะใภ้คนแรกค่ะ   

 
 
 
12. รู้สึกยังไงตอนมี เขย/สะใภ้ ครั้งแรก

-- เขย : ............ จุดๆๆๆๆๆๆๆ  ข้าพลาดเอง  ... /สะบัดควีนๆ/
รู้สึกว่าอะไรมันเร็วมาก  ปกติลูกไม่ชอบขี้หน้ากันนินะ  แล้วก็มาคู่กัน

-- สะใภ้ : รู้สึกแต่ว่าสะใภ้น่าแกล้งนะ  ไม่รู้แม่ย่าทุกคนรู้สึกเช่นนี้หรือไม่  ฮาาาา  รู้สึกว่าอะไรๆ เร็วกว่ากับเขยอีก   


13. เป็นฝ่ายไปจีบหรือเขามาจีบก่อน

-- เปิดมาก็ไปจีบเขาก่อนค่ะ  แต่คนที่จีบๆ อยากได้เป็นสะใภ้น่ะไม่ได้มาคู่กันหรอก  

-- ส่วนคู่กันได้ยังไง...?  เอิ่มมมม  ที่คู่กันอยู่เขาก็ไม่ได้มาจีบลูกเราหรอก  แต่ก้ไม่ได้แต่งกันแบบงงๆ นะ  มีเหตุผลที่ต้องแต่งอยู่  แฟนทาสติกมากเลยล่ะค่ะ  เป็นการจับชนให้แต่งงานกันของผู้ชายสองคนที่มีเรื่องกันตลอดการโรล ฮาาา แล้วก็หย่า  แล้วก็แต่งใหม่
........... แต่โรลกันมาจะครบปีแล้วนะ /นับนิ้ว/...... ลูก 3  


-- ไม่ได้จีบสะใภ้ของนาร์ซิสก่อนเช่นกัน  เรียกได้ว่าแม่เขาเอาใส่พานมาถวายเลยรวบรัดจัดหนัก(?) เลย v_v  แต่อยู่กันแบบลูกเราคอยตามข่มเหงสะใภ้

--ริเอะ... ก็ไม่ได้จีบอดีตสะใภ้  ไม่มีใครจีบใครทั้งนั้นนะ  แต่ว่าได้กัน(?)แล้ว #อะไร 





14. ชอบ เขย/สะใภ้ คนไหนที่สุด เพราะอะไร

-- มีแค่อย่างละหนึ่ง  ในตอนนี้  บอกว่าชอบที่สุดไม่ได้ล่ะค่ะ  ฮะๆๆๆ

เขย : ชอบเพราะ..................................   ชอบเหรอ? /มวอง/   #เล่นมากเดี๋ยวโดนอาญา

มันเป็นตั้งแต่แม่เขาด้วยล่ะค่ะ... เพราะมีรสนิยมส่วนหนึ่งไปกันได้  มันหายากมากเลยนะ  คนที่จะรับได้ว่าเราเป็นมนุษย์ทรมานลูก  เคร่งพล็อต  ชอบอะไรกุโระๆ จิตวิทยาเนี่ย....... จะมี ผปค สักกี่คนที่จะเอาลูกมาโรลคู่กับมนุษย์มืดมนจริงไหม   และเราก็หากันจนเจอ #ไม่ใช่  ที่จริงลูกชายก็เดินๆ มาเจอกันนี่แหละ  เขยเป็นตัวร้ายที่น่าหมั่นไส้...  และความจริงชีวิตเขยก็น้ำเน่าเกาหลีด้วยล่ะ! /วิ่ง/ 

จริงๆ เพราะเขยเขาร็อค.... อินดี้  เอาแบบทางการคือ  เขยเขามีปูมหลังและเรื่องราวที่ซับซ้อน  กับมุมมองความคิดและจิตใจของตัวละครมันไม่เป็นแค่มิติเดียว  ซึ่งเราก็ชอบคาร่าแนวนี้   และเพราะเขยเขาไม่ได้รักลูกเรา  ลูกเราเลยสามารถเกลียดเขาได้แบบไม่ต้องรู้สึกผิด(?) ฮะ ฮะ ฮะ  ....เขยเขา S ด้วยล่ะ

สะใภ้ : สารภาพว่าชอบยูจิจี้มากกว่าในเหตุผลของปมใจจิตใจตัวละครและปูมหลัง  ยูจิจี้เป็นตัวละครที่มีความทรงจำร้ายๆ ด้วยล่ะ  แต่เขาก็ไม่แสดงออกมาในปัจจุบัน  ทำให้อารมณ์ออกมาเศร้าๆ  เหงาๆ  น่ารักมาก  แต่เพราะรักยูจี้ในรูปแบบถนุถนอมเราจึงไม่สามารถระบายความ S เก็บกด กับเธอได้  ในเหตุผลนี้เราจึงชอบสะใภ้กระต่าย.... ในแบบ... หึหึหึหึหึหึหึหึหึหึหึ   #ไม่ใช่  ชอบที่ได้วางพล็อตด้วยกันมากกว่า  พล็อตสวยงามดีนะ แต่ว่าสะใภ้จะโรลออกมาไม่เด๊ะพล็อต  นั่นก็เพราะเจ้าตัวเขาเป็นคนอย่างในบล็อกนี่ล่ะ  





15. จริงๆแล้วอยากได้ เขย/สะใภ้ แบบไหน

-- จริงๆ การโรลของเอนไม่เน้นให้มีเขยหรือสะใภ้   เลยไม่ได้ตั้งเสป็คไว้นะ  แต่พูดถึงเสป็คที่ลูกๆ ชอบ  มันก็ต่างแนวกันออกไป  แต่สำหรับ ผปค แล้วเน้นให้คุยกันได้ไม่ดราม่า ผปค ดีกว่าค่ะ   

 
16. ส่วนใหญ่เล่นสายเคะหรือเมะ

--  .............................. ฮระๆๆๆๆๆๆๆ  ก็อย่างที่เห็นล่ะนะ /เชิด/  สะใภ้มีแนวโน้มเยอะกว่าเขยน่ะต้องเสะสิ #ถุ๊ย
  


17. ส่วนใหญ่เล่นสาย BL GL หรือ NL

-- .............. BL เป็นแสตนดาร์ดนะคะ  แต่.... /มองเหตุการณ์/  NL ก็เล่นได้อยู่... มั้ง v_v
 
 
 
18. จากข้อ 17. ชอบสายไหนที่สุด เพราะอะไ

-- ชอบ NL  เพราะมันธรรมชาติสแตนดาร์ดของมนุษย์  เป็นฟุโจชินี่ล่ะ  แต่ว่า NL มันก็ไม่ได้ขัดขวางการแสดงคาร่าของตัวละครนะ  ประมาณว่า  เพศไหนก็คนเดียวกัน  ไงล่ะ

 
 


 
19. ครั้งแรกของการโรลเรท กับใคร แล้วรู้สึกยังไงบ้าง

-- เรทครั้งแรกไม่ใช่โรลแต่เป็นร่างทรงค่ะ  ทรงสควอโล่ XS กับ ป๋าเบีย 10069 ...... รู้สึก..... รู้สึกว่าเสะกว่าเสะ

-- โรลเรท..........  กับคุณคงเดช     ความรู้สึก...ก็...........  รู้สึกว่า เคะ............. #ก็เคะไง 

ความรู้สึกต่างกับทรงตัวละครมาก  เพราะเป็นลูกของเราเองไม่ได้โรลไปตามการคาดทายความคิดหรือที่ตัวละครอื่นจะทำ     เอนเป็นคนอินลูกตอนโรลด้วย  เพราะงั้น  รู้สึกตามลูกหมดค่ะ  รู้สึกกลัว  โกรธ  เกลียด  อัปยศบลาๆๆๆๆ  แต่ไม่อินตามความรู้สึกลูกแล้วชอบเขยนะ  เขามีพล็อตไม่ใช่แค่ NC เลื่อนลอย  ว่าอยากทำก็ทำ  อะไรเช่นนั้นน่ะ
 
 
20. ครั้งแรกของลูกๆ ที่ไหนบ้าง

-- โดนข่มขืน .............. บนเตียง  ในคอนโด                #ทำหน้าตายๆ พูด
 
 
 
21. วันวาเลนไทน์ที่ผ่านมาได้อะไรจาก เขย/สะใภ้ บ้าง

-- จากเขย  ไม่ได้  

-- สะใภ้  ได้คำอวยพรกับสวีทช็อตจากยูจี้

 
 

 
22. แล้วให้อะไรตอบแทน?

-- เป็นฝ่ายให้เขยไปก่อน  แต่ไม่ใช่ในวันวาเลนไทน์  ให้ย้อนหลังเพราะลืม  ให้ช็อกโกแลตพิมพ์ผีเสื้อผสมเหล้านี่ล่ะ

-- ให้ย้อนหลังเหมือนกัน  ให้สะใภ้ยูจี้  เป็นกุหลาบไม่ริดหนาม  เก็บมาแบบห่ามๆ สไตล์ริเอะ
 
 

 
23. รักลูกคนไหนที่สุด เพราะอะไร

--  ยอมรับว่ารักไม่เท่ากันนะ  ฮาาาา  รักลูกที่เป็นอิมพอร์ตเอนราเป็นพิเศษทุกคนค่ะ  โดยเฉพาะ ฟัว  เพราะมันเป็นตัวแรกที่พอร์ตมาจากเอนราเทียสซึ่งเป็นมาสคอตของเอน  ฟัวเนี่ยรักเพราะเล่นมันนานที่สุด  เยอะที่สุดด้วย  เรียกได้ว่ารู้จักลูกคนนี้ดีที่สุด
 
 
 
24. ลูกคนไหนโรลยากสุด

--  ฟัว   เพราะมันเป็นตัวละครที่คิดหลายตลบกว่าจะพูดหรือแสดงอะไรออกมาแต่ละอย่าง  ต้องโรลให้มันหยิ่งก็ยาก  โรลให้มันเคะก็ยาก แต่โรลออกมาได้ไม่ฝืนที่สุดนะ(?) #ก็แปลว่านั่นมันธรรมชาติของคนโรลนี่หว่า
 
 
 
25. ลูกคนไหนมีคนมาจีบเยอะสุด

....................... ลูกไม่มีใครจีบ  ฮะ ฮะ ฮะ

--  ... เซฟ ค่ะ  เซฟาเรียส  ถ้านับแต่ในคอมมูเป็นคำตอบเซฟที่เหมาะกับคำถามที่สุด  คาร่าเซฟจะนิ่งมาก  ไม่ยุ่งหรือพูดคุยกับใครง่ายๆ  ยอมคุยยาวๆ ด้วยกับบางคน  แต่ก็ยังมีหลายคนอยากจะได้อมนุษย์จุดไข่ปลาอย่างเซฟเป็นเขย................. ปลื้มน้ำตาแทบเล็ด

--ส่วนฟัวเป็นกรณีพิเศษเล็กน้อย  ในคอมมูเหมือนจะวุ่นวายเรื่องคู่อยู่บ้าง  แต่ไม่มากเท่าที่ฟัวสร้างความวุ่นวายให้เอนด้วยการมีอิทธิพลต่อ "มนุษย์จริงๆ ในโลกจริงๆ"   ฟัวเป็นตัวละครที่มีผลต่อ มนุษย์จริงๆ บางคน  มากกว่า   ............ น่าปวดหัวกว่าดราม่าตัวละคร... เยอะ
 


26. คิดว่าลูกคนไหนจะไม่ได้ลงจากคาน

-- ............................. ตามคาร่ามันควรเป็นฟัวนะ......  แต่.... /มองหลาน  ถอนหายใจ/  ฟรีคซ์ค่ะ  เพราะมันเป็นโคลนนิ่งของฟัว  ฮระๆ  น่าจะประมาณเดียวๆ กัน  ไม่ก็... อวตารฟัวต่อจากนี้ทุกตัวเลยคงโสดสโมสร    
 
 
 
27. มีเพลงประจำตัวลูกแต่ล่ะคนมั้ย เพลงอะไรบ้าง

-- เหมือนจะมีเพลงที่ตรงกับอิมเมจของลูกอยู่บ้าง  แต่เอาจริงๆ  เพลงไหนมันก็ไม่สามารถเข้าถึงคาร่าที่เราโรลลูกออกมาได้เลย
 
 
 
28. ถ้าร้องเพลงให้ลูกได้ คิดว่าเพลงไหนเหมาะกับใครสุด

--  Crucify การแสดงออกของฟัวค่ะ  เนื้อหามันว่าด้วยศักดิ์ศรีที่ตรึงทั้งชีวิตเอาไว้  wish you were here  เป็นเบื้องลึก
--  Lilium ของริเอะ  มันว่าด้วยการชำระจิตใจจากพระเจ้าให้ขาวบริสุธิ์  ไม่ก็ Kyrie - kalafina
-- เซฟน้อง  เอา My heart will go on ไป  เมียมันตายแต่มันต้องอยู่ต่อ  ไม่ก็  gloommy sunday
-- เซฟพี่ ............... ใจร้าย - อิลสลิค
--ไอศ์  duke of  venomania's madness  
-- นาร์ซิส Cantarella  ฮระๆ  ไม่บอกว่าเกี่ยวยังไง 
 

 
29. ถ้าลูกๆคอมมูทุกคนมายืนอยู่ตรงหน้าจะทำยังไง

-- จับแต่งนั่นนี่แล้วถ่ายรูปค่ะ  เอาฟัวไปหาอาจารย์ดีๆ สักยันต์มหาเสะ  แล้วเซฟก็ส่งโมเดลลิ่งเป็นนายแบบ  ไอศ์สอนการบ้านภาษาไทย  เฟียร์วาดรูปวิชาศิลปะแทน  นาร์ซิสเป็นมือกีตาร์ให้ร้องเพลง  ควงฟรีคซ์เที่ยวห้าง  
 
 

 
30. เวลามีเว้นท์หรือการบ้านส่งครบทุกอันมั้ย

-- ถ้าว่างในช่วงของงานไหนก็ส่งในงานนั้นนะคะ TTvTT  
 
 
 
31. ถนัดด้านคอมมิกหรือฟิคมากกว่า

-- พอๆ กันทั้งคู่ค่ะ  แต่ฟิคมีแต่ดร็อปภาษาลงไม่เคยเผา  งานคอมมิก  มีเวลามากงานทุ่มเท  เวลาน้อยงานกากไม่ได้ฝีมือดร็อปค่ะ  เผาส่งแบบงานคงต่างกันตามนั้น  ฟิคเป็นวรรณศิลป์เพ้อๆ ค่ะ  ภาพมีตั้งแต่เรียลลงไปถึงเส้นๆ 
 
 
 
32. ขอสามคำ สำหรับลูกๆแต่ล่ะคน

ฟัว : กิน ศักดิ์ ศรี  
ริเอะ : หนี้ ท่วม หัว
นาร์ซิส : ตัว กิน เด็ก  
เซฟพี่ : ขี้ เก๊ก สุด
เซฟน้อง : จุด จุด จุด
ฟรีคซ์ : หลุด สวน ปรุง
เฟียร์ : มุ่ง หลี สาว
ไอศ์ : สาว  สาว  สาว(?)
ฮระ ฮระ ฮระ

 
 
33. เรียงลำดับลูกที่คิดว่าหื่นที่สุดจาก มาก > น้อย

................. ลูกข้าไม่มีใครหื่นนะ  'v'.................




เปลี่ยนเป็นการสนใจทรวดทรงมนุษย์อื่น 'v' //คนคิดแท็กตรบ

-- นาร์ซิส > เฟียร์ > ฟัว > เซฟพี่ > ริเอะ > ไอศ์ > ฟรีคซ์  > เซฟน้อง   อ่าว..?  เรียงผิดเหรอ?  ถูกแล้วม้างงงง
 
 
 
34. ฉากที่ประทับใจที่สุดของลูกๆแต่ล่ะคน

--  ฟัว : ฉากที่....... เอิ่ม.......... ฉากที่มันตายล่ะมั้งคะ ฮระๆ  ยังไม่ถึงเลย  แต่ว่าคงประทับใจฉากนั้นแหละ | ทุกฉากที่มันบอกเขยว่า "ผมเกลียดคุณ"

-- ริเอะ : ฉากฆ่าล้างโบสถ์......... | ฉากที่ไปโบถส์กับยูจี้น้อย

-- เซฟพี่ : ฉากที่มันทำท่าหวาดกลัวน่าสมเพช 

-- เซฟน้อง : ฉากที่มันกำลังจะเด็ดหัวพี่มัน | ฉากที่ได้แบรนด์รังนกจากเหลน...เขย

-- นาร์ซิส : ฉากที่มันรู้ความจริงอะไรบางอย่างในชีวิต | ฉากที่ทำกับข้าวให้ต่ายเอ๋อ  ฮะๆ พ่อพระจริงๆ ลูกฉัน

-- ไอศ์ : ฉากที่ได้ออกเรือเห็นทะเลเป็นครั้งแรกกกกก 

-- ฟรีคซ์ : ฉากควักลูกตามนุษย์ตาแดงแล้วตรึงศพ  กับฉากถูกขังเดี่ยวอะไรแบบนั้น

-- เฟียร์ : ฉากที่วาดรูปศพภรรยาลงบนผ้าใบ


 
 35. ไม่ชอบคนที่โรลลูกแบบไหนมากที่สุด

--  ไม่ชอบมนุษย์อินเนอร์ที่เอาความเฟลของลูกมาทำให้ตัวเองเฟลนะคะ แบบ  โรลจบอารมณ์ไม่จบ 

-- ไม่ชอบมนุษย์ที่ไม่เกรงใจ  ไม่รักษาน้ำใจคนที่โรลด้วยเอาเสียเลย  มันสะเทือนใจนะฮัฟ

-- ไม่ชอบมนุษย์ที่โรลราวกับทั้งโลกลูกเขาเป็นทุกข์อยู่คนเดียว  คือมนุษย์โศกเศร้ามืดมนน่ะรับได้  แต่ไม่ชอบมนุษย์ที่เข้าใจว่าไม่มีใครทุกข์กว่ามันอีกแล้ว   



 
36. ถึงวันเกิดลูกทำอะไร

--  บอกมันว่าวันนี้แกแก่ขึ้นอีกละ  มีอารมณ์ก็มีรูป  ไม่ก็  วันช็อต
 
 
 
37. เคยลืมวันเกิดลูกมั้ย

-- ไม่เคยค่ะ  เพราะตั้งมันตรงกับวันสำคัญในชีวิต  กับวันเกิดของตัวเอนเอง  แต่ไม่แน่นะ  บางทีเอนก็ลืมวันเกิดตัวเอง
 
 
 
38. สูงคนไหนสูงที่สุด แล้วคนไหนเตี้ยที่สุด

--  นาร์ซิส 198 ใส่รองเท้าอีกก็ 202 เซน   เตี้ยสุด..... เซ็ทฟัว ฟรีคซ์ ไอศ์ เฟียร์  179 ไม่อยากให้มันสูงเกินมนุษย์สามัญในโลกน่ะค่ะ  198  โอเคละ 
 




39. ส่วนใหญ่ชอบให้ลูกมี สีผม/สีตา สีอะไร

-- เนื่องจากมาสคอตประจำตัวเอนคือ เอนราเทียส  ผมสีดำยาวลากพื้น  ตาสีฟ้าน้ำเงิน  คือสีประมาณแซฟไฟร์  ลูกเซ็ทฟัว  อวตารฟัว  จะผมดำยาวลาก  ตาฟ้าทั้งหมดค่ะ  นาร์ซิสกับเซฟพี่จะผมเงิน  แต่นาร์ซิสตาสีอควอมารีน  ตัวเดียวที่ตาแดงคือเซฟพี่ค่ะ  
 
 

 
40. คิดว่าเคยตัดสินใจโรลอะไรผิดพลาดมั้ย

-- เคยค่ะ ........................ พนันเรื่องแต่งงานไง  ฮาาาาา  #อันนี้ไม่นับนะ

-- ความจริง... คือคิดว่าเราไม่ได้โรลพลาดหรอก  เพระเราคิดก่อนตอบเสมอ  แต่นั่นมันคือสำหรับเรา  ที่มีก็คือเราผิดพลาดไปในสายตาอีกฝ่ายต่างหาก  ซึ่งกรณีนี้ถ้าเขาไม่บอกก้ไม่รู้เลย 


 
41. อยากกลับไปโรลฉากไหนอีกรอบ

--  ฉากที่ฟัวได้กริชจากเขยมาให้เลือกระหว่างอภัยให้เขยซะกับฆ่าเขยทิ้ง  ฉากนี้ล่ะ  #ไม่ใช่ละ

-- เอาจริงๆ ไม่อยากกลับไปโรลฉากไหนเพื่อแก้ไขนะคะ  เพราะมันจะได้เหมือนกันชีวิตเราที่ย้อนไปไม่ได้   หรือถ้าคำถามหมายถึง  โรลอีกรอบเพราะชอบ  ก็.... ฉากวันโกหกล่ะค่ะ  บอกรักกันวันโกหกน่ะ  
 
 
 
42. แล้วไม่อยากกลับไปฉากไหนที่สุด

-- .................... ทุกฉากที่ทำการแปะเขยเอาไว้   ก็มันผ่านมาแล้วน่ะนะ  ฮะๆ
 
 

 
43. คิดว่าลูกตัวไหนดาร์ก ดราม่า สุดๆ

--   ลูกเอนไม่มีดาร์กนะ  จริงอยู่ออกแบบว่าดราม่าทุกตัว  แต่  ฟัว  พล็อตแน่นที่สุดค่ะ  เป็นเหตุเป็นผลและฮาร์ดคอร์กว่าตัวอื่นในเรื่องปัญหาชีวิต
 
 
 
44. แล้วตัวที่ใสๆที่สุดล่ะ

--  ฟัวเอ๋อ  สาคเรศ  เครดิทชื่อนี้จากแม่เขยค่ะ  เป็นบุคคลิกตอนความจำเสื่อมของฟัว  ร่าเริงแจ่มใส  เอ๋อเหลอมาก  แต่ก็เศร้าอยู่ดีนะ  ฮระๆ  เพราะมันไม่รู้ว่ามันเป็นใคร  ใครที่ต้องการมัน  บลาๆๆ  มีตัวตนมาเพื่ออะไร  

แต่น้องสาเธอมีคนที่แอบชอบอยู่ด้วยนะ  เป็นคนใจดีคนหนึ่งที่มันเจอเป็นคนแรก  และบอกกับมันว่าชื่อฟัว  แต่น้องสาก็ไม่แน่ใจ  แล้วไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำตัวยังไงเพราะคิดอยู่เสมอว่าตัวเองเป็นอีกคนในร่างของฟัว  แล้วคนที่ตัวเองแอบชอบน่ะต้องการฟัว ไม่ได้ต้องการตัวเองสักหน่อย
 
 

 
45. สิ่งที่ชอบที่สุดในการโรลเพลย์

-- การได้คิดฉาก  จัดพล็อตหาเหตุผลประกอบการตัดสินใจให้ลูก  คิดว่าเป็นลูกคนนี้จะตอบแบบไหน  แก้ไขสถานการณ์ยังไง  แล้วสามารถรู้สึกได้ถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายที่โรลกะเรา   ถ้าเป็นโรลฟัว ก็... ชอบตอนโรลดริฟท์หนีเขยล่ะมั้ง  ท้าทายนะ  ว่าจะทำยังไงให้รอด ฮระๆ
 

 
46. สิ่งที่ไม่ชอบที่สุดในการโรลเพลย์

--  ไม่ชอบ ผปค คิดมากนะคะ  ไม่ชอบ ผปค ไม่เกรงใจกัน  ไม่ชอบ ผปค กระทำเสมือนว่าถูกทำร้ายมากมาย  ไม่ชอบ ผปค อารมณ์ไม่จบ  
 



47. โรลเพลย์ที่ไหนบ้าง

-- twitter / facebook / skype / และในกระดาษ A4 
 
 
 
48. โรลที่ไหนบ่อยสุด

- จุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ Skype  มันชั่วร้ายได้อย่างส่วนตัวค่ะ  มนุษย์ดราม่าถ้าไปโรล TL คนจะเข้าใจผิดได้ว่าดราม่ากันจริง   ฮาาา  #ไม่มีเหตุผลอื่นต่อจากนี้
 

 
 
49. อยากบอกอะไรกับคนทำแท๊กมั้ย

--  คำถามท่านคิดได้หลายทางจริงๆ   
 
 


50. อยากบอกอะไรกับลูกๆที่สุด


--  รักนะ..... จึงทำร้าย  ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ อะ  อีกอยากที่ต้องบอกคือ  ขอโทษ  ที่ทำให้ชีวิตพวกลูกต้องเป็นแบบนี้  หวังว่าทุกคนในชีวิตแกจะช่วยหล่อหลอมแกให้เป็นแกนะ  
 
 
 
50. สุดท้ายนี้ แปะรูปรวมลูกๆหน่อย


ข้อนี้แหละ  ขอแปะไว้ก่อน  ฮาาาาาาา




_______________________________________________________________
 
[แท็กสอง] สมมติว่า จาก แม่เขย 
 
 

คิดว่าโจทย์ไม่ชัดอีกแล้ว  

■ถ้าจะเดินจูงมือละก็

ฟัว :  ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้จูงมือชมเมืองกับเลดี้ทุกท่านนะครับ... /ยิ้ม/
ริเอะ : เกะกะ!!!
นาร์ซิส : /จับมือลากลัลล๊า/
ฟรีคซ์ : ฮะๆ .... อย่าพาผมเดินชนอะไรก็เป็นพระคุณครับ /ยิ้ม/
เฟียร์ : ..... /ยิ้ม/  ไม่รู้ทางก็จะไปส่งก็ได้... /ลามโอบเอว/
เซฟพี่ : ปะ /จูง/
เซฟน้อง : ........................
ไอศ์ : /มองเหยียดๆ/

■ถ้าจะกอดละก็

ฟัว : .....กอด...?  ความหมายไหนเหรอครับ..?
ริเอะ : เหอ??  ให้แต่เมียกอดและกอดแต่เมียเฟร๊ยยยย!!!!
นาร์ซิส : /กดด้วยเมตตา/
ฟรีคซ์ : ......... ระวังติดโรค... จากผมนะครับ.. /ยิ้ม/ ฮะ ฮะ ฮะ
เฟียร์ : /มอง/.......... /ยิ้มแล้วผายแขนออกรอ/  
เซฟพี่ : /กด/
เซฟน้อง : ..........................................
ไอศ์ : /มองเหยียดๆ/

■ถ้าจะเป็นคนรักละก็

ฟัว : ..................................... /ยิ้มเงียบ/
ริเอะ : /เกาหัวแกร่กๆ/  อันเดียวกันกะเมียปะวะ??
นาร์ซิส :  พ่อก็รักมนุษย์ทุกคนนั่นแหละ /ยิ้มวิ้ง/
ฟรีคซ์ : ผมคิดว่า... จะพาคนคนนั้นลำบากน่ะนะ  ฮะ ฮะ
เฟียร์ : ก็... /นับอะไรไม่รู้/
เซฟพี่ : ไม่เคยมีมาก่อนเลยล่ะ :D #และไม่คิดจะมีไม่ว่าเป็นคนแบบไหน
เซฟน้อง : .......................................
ไอศ์ : /ยิ้มเหยียดๆ/

■ถ้าจะให้เป็นสัตว์เลี้ยงละก็

ฟัว : หมายถึง... ผมเป็นสัตว์เลี้ยง... หรือผมเลี้ยงสัตว์ล่ะครับ...? /ยิ้มนิ่ง/
ริเอะ : ..................... /มองมดหนูแมลงสาป/
นาร์ซิส : กระต่าย :D
ฟรีคซ์ : ฮะๆ ผมขอเอาตัวเองให้รอดก่อนดีกว่าครับ /ยิ้ม/
เฟียร์ : กำลังอยากได้คนมาเลี้ยงเล่นๆ อยู่ว่าจะรอดรึเปล่าน่ะ... /ยิ้ม/  จริงจังนะครับ
เซฟพี่ : ....../ยักไหล่  เดินเข้าซ่อง(?)/
เซฟน้อง :...................................... /มองม้ากับผีเสื้อ/
ไอศ์ : /เหยียดยิ้ม/ .............. ราชิก /มีเหรี้ยตัวหนึ่งออกมา/

■ถ้าจะแต่งงานด้วยละก็

ฟัว : .................................................
ริเอะ : แต่งทำไม?? ได้คือได้กันสิวะ!!
นาร์ซิส : :D
ฟรีคซ์ : ใครจะมาลำบากกับผมกันล่ะครับ  ฮะ ฮะ
เฟียร์ : ผมเลี้ยงไหว /มองสาว/ แต่ไม่รับประกันว่าเลี้ยงดีนะครับ
เซฟพี่ : /จะเรียกค่าไถ่เจ้าสาวตัวเอง/
เซฟน้อง : .................................. /มองโลงศพ  แล้วยิ้มอ่อนโยน/
ไอศ์ : ................. /กลอกตาคิดอะไรไม่รู้/

■ถ้าจะนอกใจด้วยละก็

ฟัว : ไม่ทราบว่าไม่ถึง  นอกใจผม... หรือผมนอกใจ  ถ้าอย่างแรก................................ /ยิ้ม/ ผมไม่เคยคิดปิดกั้นความสุขใคร
ริเอะ : /ฆ่าชู้/ | /ไม่สนใจใครนอกจากเมียนะ/
นาร์ซิส : :D 
ฟรีคซ์ : ..................../ยิ้ม/ ฮะๆ
เฟียร์ : แหม่... /เขี่ยทิ้งหาคนใหม่/ | นอกกายมีบ้างยามเหงาาาา  แต่ไม่เคยนอกใจสักที /ร้องเพลง/
เซฟพี่ : /หาวเบื่อคำถาม/
เซฟน้อง : ....................................... /มองโลงทั้งวันทั้งคืน/
ไอศ์ : เอามันไปตัดหัว! #ไม่ใช่    | เรื่องของร่างกายกับหัวใจน่ะมันไม่เกี่ยวกัน

■ถ้าจะให้เป็นพ่อแม่ละก็

ฟัว : ................ ผมรักลูกของผม ผมอาจไม่ใช่พ่อที่ดีที่สุด  แต่จะเป็นพ่อที่รักลูกที่สุด 
ริเอะ : ................... เอาจริงเรอะ!!!? ล้อเล่นน่า...
นาร์ซิส : ทุกวันนี้ก็เป็นพ่อ.... พระของคนยากอยู่แล้วล่ะ /ยิ้มพ่อพระ/
ฟรีคซ์ : /ส่ายหน้ายิ้มๆ/
เฟียร์ : ฮะ ฮะ ฮะ
เซฟพี่ : /ทำหน้าซีเรียส/
เซฟน้อง : ..................................
ไอศ์ : ............................/ส่ายหน้าให้คำถาม/

■ถ้าจะให้เป็นพี่ชายพี่สาวละก็

ฟัว : เป็นเรื่องปกติที่ผมต้องดูแลน้องชาย... และน้องสาว
ริเอะ : .............. เหอะ
นาร์ซิส : น้องสาวน่ะก็เหมือนนางฟ้าที่พี่ชายต้องปกป้องดูแลไงล่าาา
ฟรีคซ์ : ... พี่น้อง?
เฟียร์ : ก็คง... เป็นพี่ชาย ไงครับ ฮะๆ /ยิ้มไม่รู้เรื่อง/
เซฟพี่ :...................../หนีน้อง/
เซฟน้อง : ...................../ฆ่าพี่/
ไอศ์ : ... พี่ที่ดูแลน้องแค่คนเดียวไม่ได้.......... /หันหลังจากไป/


■ถ้าจะให้เป็นน้องชายน้องสาวละก็

ฟัว : .......................... ผมก็เป็น.. /ยิ้ม/ น้องฟัวของ.. ใครบางคนมั้งครับ /หัวเราะ/
ริเอะ : พอเว้ย!!! เรื่องพี่ๆ น้องๆ เนี่ย!
นาร์ซิส : โอ้... ถ้ามีคนแก่กว่าก็น่ายินดี.. น่ายินดี
ฟรีคซ์ : ........ ฮะๆ /ทำหน้ามึนๆ/
เฟียร์ : ฝากตัวด้วยนะครับพี่สาว /คิดแผนชั่วร้าย/
เซฟพี่ : /มองข้างล่าง/
เซฟน้อง : /มองข้างบน/
ไอศ์ : ............... ไม่อ้อนหรอกนะ

 
■ถ้าจะแกล้งละก็

ฟัว : ผมไม่คิดจะแกล้งใคร
ริเอะ : โง่ให้แกล้งก็ช่วยไม่ได้เว้ยยย!!!
นาร์ซิส : :D 
ฟรีคซ์ : ผมแบบนี้... จะแกล้งใครได้ล่ะครับ ฮะๆ
เฟียร์ : ไม่บ่อยหรอกครับ  แหม่...
เซฟพี่ : แกล้งอะไร?  ไม่เค๊ย...
เซฟน้อง : ..............................................
ไอศ์ : /มองเหยียดๆ/

■ถ้าจะโดนแกล้งละก็

ฟัว : /ยิ้มปลง/
ริเอะ : /Head shot มัน/
นาร์ซิส : ^ ^
ฟรีคซ์ : ........... ใจร้ายจังนะ /ยิ้ม/ ฮะ..ฮะ..ฮะ
เฟียร์ : ก็แกล้งสิครับ
เซฟพี่ : /ยกมือรอ/
เซฟน้อง : .......................................
ไอศ์ : ....กล้า?

■ถ้าจะอ้อนละก็

ฟัว : ................. /จนปัญญาที่จะทำจริงๆ/
ริเอะ : อ้อนเมียไงฟระ!!
นาร์ซิส : อ้อน... วอนให้พระเจ้าเมตตา ฮะๆ :D กิจของสงฆ์น่ะ
ฟรีคซ์ : /ทำหน้าอึน/
เฟียร์ : ฮะๆ นั่นมันสกิลปกติของผมนี่ครับ?
เซฟพี่ : ต้องอ้อนด้วย? :D
เซฟน้อง : ..............................
ไอศ์ : ..................................... /มองเหยียดๆ/

■ถ้าจะให้มาอ้อนละก็

ฟัว : ผม... จะเอ็นดูสิ่งมีชีวิตเล็กๆ เป็นพิเศษน่ะครับ........... แต่มากๆ ผมจะรำคาญเอานะ /ยิ้ม/
ริเอะ : ยอมให้แค่เมียอ้อนว่ะ
นาร์ซิส : /มองกระต่ายเลี้ยง/
ฟรีคซ์ : /ส่ายหน้ากับคำถาม/
เฟียร์ : จุดประสงค์ของการอ้อนล่ะครับ?
เซฟพี่ : /มองคนอ้อนเหยียดๆ/
เซฟน้อง : ..........................................
ไอศ์ : .............. น่ารำคาญ

■คนที่ไม่อยากจะเป็นศัตรูด้วย

ฟัว :.................. ตัวผมเอง
ริเอะ : เมีย
นาร์ซิส : ^^ ไม่มีคนนั้นอยู่หรอกประสก
ฟรีคซ์ : ...... /ยิ้ม/  ผมไม่อยากเป็นศัตรูกับใครเลย
เฟียร์ : /ถอนหายใจ/ คุณคนนั้นน่ะครับ /ชี้นาร์ซิส/
เซฟพี่ : ปิศาจ... ที่เคยเห็นเมื่อนานมาแล้ว  เจ้านั้นเหมือนข้าเลยล่ะ
เซฟน้อง : ......................... โอริอัส
ไอศ์ : /ยิ้มเหยียด/

■ถ้าจะพูดคุยด้วยละก็

ฟัว : ผมเป็นมิตรกับทุกท่านอยู่แล้วล่ะครับ.... จะไม่ต้อนรับก็.. บางคน
ริเอะ : คุยได้หมดแหละว่ะ!! แต่อย่ามาถามหาตังค์นะเว้ยยย!!
นาร์ซิส : :D
ฟรีคซ์ : .... /ยิ้ม/ ... คุยกับผม.. น่าเบื่อจะตายไปนะครับ
เฟียร์ : ผมว่า.. ผมชอบคุยแบบสองต่อสองเป็นพิเศษนะ  ฮะๆ
เซฟพี่ : ไม่เจรจาก็ยากรู้จัก  ไม่ลองทักก็ยากรู้ใจ 
เซฟน้อง : ....................................................
ไอศ์ : /มองเหยียดๆ/


■ถ้าจะเดทด้วยละก็

ฟัว : ใครสักคนกับที่ๆ สงบเงียบ.... ร้างไร้ผู้คน
ริเอะ : ไม่หาเรื่องหมดตังค์หรอกเฟร๊ยย!!!
นาร์ซิส : :D
ฟรีคซ์ : .............. อย่าดีกว่าครับ ไม่ว่ากับใคร
เฟียร์ : คุณเลี้ยงนะ? /ยิ้ม/
เซฟพี่ : กับสาวสวยสิ
เซฟน้อง : ................................................. 
ไอศ์ : /เหยียดอะเกน/

■ถ้าจะไปท่องเที่ยวด้วยละก็

ฟัว : .......... ผมไม่อยากไปไหน... ไกลจาก ตรงนี้  อีกแล้ว.....   แต่ถ้าเจ้าของผมลากไป..นั่นช่วยไม่ได้นะครับ
ริเอะ : บอกว่าไม่ไปไหนไงวะ!! เว้นจะรับจ๊อปโว้ยย!!!! | พาเมียไป
นาร์ซิส : :D 
ฟรีคซ์ : ...................... /ยิ้มนิ่ง/
เฟียร์ : ไปกับเสี่ยเลี้ยงสิครัฟ /ชี้นาร์ซิส/
เซฟพี่ : สายลมพาเดินทางงงงงงง
เซฟน้อง : .................................... /มองม้า ผีเสื้อ โลง/
ไอศ์ : .......... ราชิก

 
 

................... ก็........ รับไม่รับแท็กก็ตามศรัทธาดีกว่าค่ะ  ตอบไม่ต้องทุกข้อหรือยาวอย่างเราก็ได้หนา  ฮะๆ  

ปล.  ใครอ่านหมดได้นี่...... เมพแท้เหลา 

[RMC] EPW 20 ธีม.....

posted on 04 Feb 2012 22:14 by enratius-aa
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
 
 
 
 
_________________________________________
 
สั้นบ้าง  ยาวบ้าง  ตามอารมณ์ TTvTT
ขอบพระคุณปัจจุบันเขยเจ๊เจ็ทและโทยะ
ที่เจียดลามาประกอบธีมนะก๊ะ
 
ไม่มีค่าตัวให้หรอกก่ะ XD
_________________________________________
 
เหล้าเถื่อน
 

 
______________________________________
 
มีดทำครัว
 

                เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นเมื่อลูกค้าผลักประตูไม้เขามาในร้ายขายมีด  ร้านแคบๆ ที่ฉุนกลิ่นโลหะและไม้อับ  มีใครคนหนึ่งนั่งนิ่งอยู่กับโลงศพที่กองซ้อนกันขึ้นไปหลายชั้น

                “มาซื้ออะไร..?”  ชายบนโลงถาม

                คนเป็นลูกค้าถอดแว่นกันแดดสีขาออกพร้อมกับก้าวเข้าไปหาพ่อค้าใกล้ๆ

                “มาซื้อมีดครับ.... พอจะช่วยแนะนำให้ผมได้รึเปล่า...?”

                คนบนโลงนิ่งฟังก่อนจะยกยิ้มแล้วกระโดดลงมา  พ่อค้าเปิดฝาโลงขึ้น  ภายในโลงไม่ใช่ศพ...  แต่เป็นมีดมากมายหลายชิดหลายขนาด  เขาถอยออกมาแล้วผายมือเชิญให้ลูกค้าเข้าไปเลือกชม  ฟัวโก้ก้าวตามเข้าไปหรุบตามองมีดภายในโลง  พิจารณามีดแต่ละเล่มจนไปสะดุดตากับมีดเล่มหนึ่งที่ได้กลิ่นอายอาทิตย์อุทัยจากลักษณะของมันชัดเจน

                “ผมสนใจมีดเล่มนี้... มันไว้ใช้สำหรับอะไรครับ?”

                “ทำครัว....”

                พ่อค้าที่คู่ด้านหลังตอบกลับอย่างราบเรียบ  ฟัวโก้ ดิวิโน่ เลิกคิ้วพลางจะถามต่อ  แต่ชายขายมีดก็พูดต่อเสียก่อน

                “มีดทำครัวก็คือมีดทำครัว  คุณมีอะไรข้องใจ...?”  เขาหยิบมีดเล่มนั้นออกมายื่นให้กับฟัวโก้

                “ครับ... ไม่ทราบว่าคุณพอจะบอกสรรพคุณของมันได้มไหม?” คำถามจากลูกค้าทำให้เขายิ้ม

                “มีดก็คือมีด.. ต้องมีสรรพคุณด้วยรึ?” คนเป็นพ่อค้าหัวเราะออกมาเบาๆ ลูบมือไปตามคมมีด

                “มันคือ มีดทำครัวมุรามาสะ  แบบนี้พอจะแทนสรรคุณได้หรือเปล่า...?”

                ฟัวโก้ ดิวิโน่ ไม่ตอบคำ  ที่เขาทำก็คือซื้อมีดเล่มนั้นแล้วพามันกลับไปพิสูจน์ดูว่า มีดทำครัวมุรามาสะจะทำให้เขาผิดหวังรึไม่

______________________________________
 
เข็มฉีดยา
 
 

                พ่อบ้านหนุ่มก้าวเข้าไปหาคนบนเตียงทีละก้าว  เขาไม่ได้อยู่ในชุดกาว  แต่ในมือถือเข็มฉีดยาเอาไว้และเป้าหมายก็คือกระต่ายที่กำลังสั่นกลัวอยู่บนเตียง

“... ฮึก..! ไม่.. ไม่เอา...  ฮืออ.. อย่า ...เข้ามา”

                ชิรายุกิ  โทยะ  ขยับตัวถอยสะเปะสะปะไปจนติดหัวเตียง  ร่างในชุดนอนหอบสะอื้น  ลูกแก้วสีทับทิมฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำใส  กระต่ายน้อยที่กำลังตื่นกลัวร้องไห้ไม่หยุดจนชุ่มที่นอน 

............ น่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ...?

                “ฟัว..ว.. ฮืออ  ไม่เอา...”

                “ชิรายุกิ....”

                “ไม่!... อย่านะ..”

                เมื่อคนผมยาวจะขยับตัวเข้าใกล้  กระต่ายก็ขยับถอยหนีไปอีก  ร่างตรงหน้าที่กำลังหวาดระแวงเขาในทุกการกระทำนั้นบอบบางราวกับแก้วที่จะแตกหักได้ทุกเมื่อ

                “.... อย่ากลัว...” เขาเริ่มก้าวเข้าไปหา

                “อย่า! ฟัว.. ฮึก.. อย่าเข้ามา...”

                “ไม่เป็นไร... ผมจะไม่ทำร้ายคุณ”

จบคำฟัวโก้ก็เข้าไปประชิดตัวก่อนจะรวบกอดน้องชายเอาไว้ในอ้อมแขน  คนถูกกอดที่กำลังเสียขวัญออกแรงดิ้นสะบัดเขาออกไปในทันที  ฟัวโก้ที่มือว่างเพียงข้างเดียวจำเป็นจะต้องวางเข็มฉีดอย่าเอาไว้บนหัวเตียงก่อนจะกอดรัดคนดิ้นเอาไว้ให้แน่นกว่าเดิม

“ปล่อย! ไม่เอา.. อย่านะ..!”

แรงของคนที่ต่อต้านเขามากมายจนฟัวโก้จับเอาไว้ไม่อยู่  ก่อนที่เขาจะหมดแรงเพราะอีกฝ่ายพ่อบ้านหนุ่มอาศัยความเร็วหยิบเข็มฉีดยาที่หัวเตียงมาไว้ในมือ  คนในอ้อมกอดกรีดร้องออกมาเมื่อปลายเข็มเจาะผ่านผิวหนังลงไปยังเส้นเลือดก่อนจะค่อยๆ สงบลงในสุด

“.... หลับให้สบายนะครับ.... ชิรายุกิ” 

______________________________________
 
ดาบเลเซอร์
 

 

"คุณลงไปนานจนตัวผมจะแห้งอยู่แล้ว"

ถึงแม้จะไม่ได้เป็นจริงตามนั้นแต่การต่อปากต่อคำกับเจ้านายนับเป็นวิถีชีวิตที่ขาดไม่ได้ของพ่อบ้านหนุ่ม ฟัวโก้จุดไฟธาตุเรียกผีเสื้อออกมาในขณะที่จระเข้เริ่มจะจู่โจมแพให้คว่ำจากใต้น้ำ  ไพพิรุณถูกแผ่ออกครอบคลุมคนทั้งสองไว้ในระดับความเข้มข้นของการระงับที่เขากับเจ้านายจะปลอดภัยจากดาบเล่มใหม่ที่เพิ่งได้มา 

"สภาพมันยังดีอยู่เลยนะครับ...."

......... น่าเสียดาย....

                ฟัวโก้นึกย้อนกลับไปถึงการซื้อขายอันเป็นจุดเริ่มต้นของดาบอายุสั้นเล่มนี้  นอกเหนือจากในด้านที่เป็นพี่สาวแล้วหญิงสาวในชุดลายพรางพร้อมกับแว่นกันแดดก็เป็นแม่ค้าอาวุธที่เขาประทับใจอยู่ไม่น้อย

                ‘ไว้แล้วฉันจะรอนายมาซื้อนะ ออ จะจองสีไว้ล่วงหน้าไหม ช่วงนี้ของชอบหมดเร็ว’

                ‘............... สีน้ำเงิน...’ คนเป็นลูกค้าตอบไปโดยไม่ต้องคิด เจ็ทจดรายละเอียดออร์เดอร์ลงไปตามนั้น

                ‘รับติดออฟชั่นพิเศษนะ  เอฟเฟคตระกาลตา ติดเลเซอร์ฉายเเสงได้นะ’

                ‘.... ติดแล้วมีความเสี่ยงที่จะระเบิดมากกว่าเดิมรึเปล่าครับ....?’

                ‘โอ้ ไม่รู้สิ แบบนี้นายคงต้องพิสูจน์เป็นรายแรกน่ะ’

                ‘... เอาสิครับ.... ถ้ามันจะระเบิดผมก็คิดเอาไว้แล้วว่าจะโยนมันใส่ใคร...’

                ‘ถ้ามันตายอย่าร้องไห้ขี้มูกโป่งล่ะ’

………. แบบนี้ก็ผิดจุดประสงค์ตอนที่ซื้อมาน่ะสิ....

มือเรียวปลดดาบประดับลายผีเสื้อสีฟ้าออกก่อนจะกดสวิซที่ด้ามจับ  ตัวดาบเกิดแสงสีฟ้าเรืองโรจ์  แต่แสงนั้นทอออกได้เพียงไม่นาน  ฟัวโก้ทิ้งดาบลงสู่น้ำกระแสไฟฟ้าภายในดาบแล่นปลาบไปเป็นบริเวณกว้าง  ปลาเล็กปลาน้อยลอยผุดขึ้นมาเรื่อยๆ โชคยังดีที่จระเข้เป็นสัตว์ที่ผิวหนังหนา

 

"ของจีนแดงนี่มีประโยชน์เสมอเลยนะครับ"

______________________________________
 
UMA
 

จากวินาทีสู่นาที... และจากนาทีสู่ชั่วโมง... นานแล้วที่ลูกแซฟไฟร์น้ำเอกจับจ้องใครบางคนอยู่ไม่วางตา  ความจริงจังที่ฉายชัดบนใบหน้าของพ่อบ้านมาเฟียทำให้คนถูกจ้องเริ่มใจเสียขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้  ฟัวโก้  ดิวิโน่  ยังคงจ้องคนตรงตรงหน้าต่อไปอย่างเงียบงัน 

......... คนตรงหน้าที่เจ้านายของเขาพาเข้ามาอยู่ในบ้านโดยที่เขาเองไม่ได้รู้เห็นเป็นใจ

......... คนตรงหน้าที่รูปร่างลักษณะเหมือนเขาไม่มีผิด!

                “............ คุณ.... เป็นใครครับ”

                พ่อบ้านหนุ่มเริ่มประโยคแรกด้วยการถาม  ทว่าคำตอบที่ได้รับกลับเป็นการส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง

                “ส่ายหน้า.... ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร.... หรือตอบไม่ได้กันล่ะครับ....?”

                ใบหน้าที่เป็นพิมพ์เดียวกับเขาสั่นส่ายไปมาปฏิเสธ  สร้างความขัดเคืองที่มากขึ้นให้กับคนถาม

........... คนคนนี้เป็นใคร...?  ทำไมถึงได้เหมือนกับเขาขนาดนี้...?

                แต่ไม่ใช่ทั้งหมด.... เพราะอีกคนที่สวมใส่ชุดไทยล้านนาสีฟ้านั้นมีท่าทีหวาดกลัวที่ฟัวโก้สรุปเองอยู่ในใจว่าเป็นจริตท่าทางของผู้หญิง

............ ผู้หญิงที่หน้าเหมือนฟัวโก้....?

                ในขณะที่เขากำลังพิจารณาคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อประมวลผล  ใบหน้าที่เหมือนกันกับเขาก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป... เปลี่ยนไป... ตอนนี้.. ร่างตรงหน้าในชุดห่มสไบได้กลายเป็น อั้ม พัชราภา!

.............เอเลี่ยน!?

                “คุณ..!? คุณ... เป็นตัวอะไรกันแน่...?”

                ฟัวโก้ถามด้วยเสียงที่ตื่นตระหนก  เขาชักจะไม่แน่ใจแล้วว่าสิ่งมีชีวิตตรงหน้าคืออะไรกันแน่ 

.............เอเลี่ยน...?

............. UMA.....?

............. เดี๋ยวสิ.. นี่มัน... ใช่สิ่งมีชีวิตรึเปล่า...!
 
______________________________________
 
หนังสือพิมพ์

 
อิตาเลียนเบรกถูกจัดเตรียมไว้อย่างครบพร้อมบนโต๊ะไม้ 
ฟัวโก้ ดิวิโน่  รินน้ำผลไม้ลงไปในแก้วใสทรงสูง  วางมันเอาไว้ตามตำแหน่งที่เขาเห็นว่าเหมาะกับของว่างที่ได้เตรียมไว้ก่อนหน้านั้น.. มาการูน  งานของพ่อบ้านเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน  ต้องอาศัยความประณีตทั้งศาสตร์และศิลป์  ในบางครั้งเขาก็ไม่เขาใจว่าทำไมผู้คนถึงได้เอาความพิถีพิถันของพ่อบ้านไปเปรียบกับการเป็น แม่บ้าน

                สำหรับเขาแม่บ้านนั้นหมายถึงผู้หญิงที่แต่งงานและทำงานบ้านดูแลเลี้ยงดูลูกขณะสามีไปทำงาน หรือก็คือผู้หญิงที่มีหน้าที่ดูแลทำความสะอาดต่างหากไม่ใช่หรือ  ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่เขาจะหงุดหงิดเมื่อผู้เป็นนายเรียกเขาเป็น แม่บ้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งคำว่า แม่บ้านติดละครซึ่งเขาไม่ได้ได้เป็นตามนั้นเลยแม้แต่น้อย

                ฟัวโก้ละทิ้งความคิดชวนอารมณ์เสียนั้นไว้พร้อมกับเบรกบนโต๊ะ  ตาคู่สีฟ้ามองหาสิ่งที่เขาเพิ่งจะเห็นอยู่เมื่อตอนเช้าตรู่

............ หนังสือพิมพ์

                เขายิ้มออกมาบางๆ เมื่อเห็นม้วนข่าวสารที่ว่าซุกซ่อนอยู่ใต้หมอนอิงบนโซฟาตัวยาว  ฟัวโก้ล้มลงนั่งบนโซฟาหยิบหนังสือพิมพ์ออกมาเปิดหาคอลัมน์ประจำที่เขาอ่าน

                บทละครโทรทัศน์ล่วงหน้ารายวัน

               

______________________________________
 
ดีโด้
 

“.............ดีโด้?”

                คิ้วเข้มพลันเลิกขึ้นด้วยความสงสัยกับศัพท์ใหม่ที่เขาเองไม่เคยคุ้น  ตาคู่สีฟ้าแซฟไฟร์จ้องมองอีกฝ่ายนิ่งเพื่อเป็นนัยให้ช่วยขยายความ

                “ครับ... มิสเตอร์  ดีโด้แม้จะเป็นสินค้าที่ขึ้นชื่อมากมายอะไร  แต่มันเป็นที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวัน  เป็นสินค้าอันดับต้นๆ ที่ทุกคนจะนึกถึงยามรู้สึกอยากกระหาย  เรียกได้ว่าเป็นอีกสิ่งที่อยู่คู่กับร้านค้าในประเทศไทยด้วยข้อดีในเรื่องของราคา  ถึงแม้ว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่จะยังไม่ได้รับการตอกย้ำแบรนด์ของผลิตภัณฑ์มากเท่าที่ควร”

                ฟัวโก้พยักหน้าเข้าใจพลางคิดตาม  แต่ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยถามข้อสงสัยโปรดิวเซอร์หนุ่มใหญ่ก็พูดต่อ

                “แต่เพราะเหตุนั้น  ทางบริษัทจึงมีแผนการตลาดใหม่  เพื่อจะให้ผู้บริโภคมีความประทับใจและสินค้าเป็นที่จดจำ  ได้รับความสนใจมากกว่าที่ผ่านมา  ในโอกาสนี้เราจึงต้องการ... คุณ”

                หนุ่มใหญ่วัยทำงานจ้องมองเขาด้วยความคาดหวัง  และในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยถามเสียงเตือนจากเครื่องมือสื่อสารของอีกฝ่ายก็ดังขึ้น  หนุ่มใหญ่จ้องมองหน้าจอสักพักสีหน้าพลันเคร่งเครียดขึ้นมาในทันที  แต่กระนั้นโปรดิวเซอร์หนุ่มก็สามารถขับไล่ริ้วอารมณ์นั้นออกไปก่อนจะส่งยิ้มให้ฟัวโก้

                “หวังว่าเราจะได้ร่วมงานกันนะครับ... มิสเตอร์”  ว่าพลางล้วงเอากระดาษแผ่นเล็กจากในกระเป๋ายื่นให้

                “นามบัตรของผม  เผื่อว่าคุณจะสนใจเป็นหนึ่งในผู้ผลักดันยุคสมัยใหม่ของ ดีโด้”

                จบคำหนุ่มใหญ่ก็จากไปด้วยท่าทางรีบร้อน  ละทิ้งคำถามและข้อสงสัยที่ยังแคลงใจเอาไว้พร้อมกับนามบัตร  นามบัตรที่ตอนนี้อยู่ในมือของ ฟัวโก้ ดิวิโน่

.

.

.

....... คุณครับ

หลังจากทนสงสัยอยู่นาน  ชายในชุดพ่อบ้านจึงตัดสินใจที่จะถามใครสักคนที่น่าจะให้คำตอบเขาได้  ผู้เป็นนายหันมาตามเสียงเรียกก่อนจะเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

คือ... คุณรู้จัก.. ดีโด้  รึเปล่า...? สีหน้าคนถามจริงจังบ่งบอกว่าต้องการคำตอบ

“ตอนเด็กๆ  คุณเคยซื้อมารึเปล่า.... มีคนบอกผมว่า  เด็กๆ ที่เมืองไทยคุ้นเคยกับมันดี...

.... ดีโด้? ผู้เป็นนายเลิกคิ้ว “.............................เคยซื้อนะแต่ไม่ใช่ตอนเด็กๆหรอก”

คนคนนี้ให้คำตอบเข้าได้จริงๆ เขารู้สึกได้ถึงเงื่อนที่เริ่มถูกคลายออก

....... มีคนที่ไทยทาบทามผมไป... เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ชื่อดีโด้น่ะ” เท้าความไปพลางนึกถึงหนุ่มใหญ่ที่ชักชวนเขาไปช่วยดำเนินงานด้วยการเป็นพรีเซนเตอร์  

 “มัน... คืออะไรเหรอครับ...?

.... ของเล่น”

คำตอบเพียงสั้นๆ ที่เรียบง่ายเหลือเกินนั้นทำให้คิ้วของฟัวโก้มุ่นขมวด

....... นี่จะเอาเราไปโฆษณาของเล่นเด็กเรอะ

.... ครับ  ขอบคุณครับ” เขาโค้งให้เจ้านายเป็นการขอบคุณสำหรับคำตอบและกำลังจะจากไป... ทว่า

“...............  ไม่ถามต่อเหรอครับว่ามันเป็นยังไง?

                “..................”

.

.

.

                แสงสีเย็นจากหลอดไฟนีนอนในห้องทำงานของโปรดิวเซอร์หนุ่มใหญ่ไม่ได้ช่วยดับความรุ่มร้อนในใจของเขาเลยแม้แต่น้อย  เมลฉบับหนึ่งถูกส่งมาถึงเขาโดยที่เขาทราบดีว่าผู้ส่งคงเป็นคนที่เขาเคยให้นามบัตรไป

                ขออภัย... ผมขอปฏิเสธ

                หนุ่มใหญ่ถอนหายใจยืดยาว  ก่อนจะรวบรวมสมาธิหาทางออกให้กับบริษัทต่อไป  สายตาของหนุมวัยทำงานมองลอดราอบแว่นไปยังผลิตภัณฑ์เจ้าปัญหา...

                น้ำส้มแท้ 100% ดีโด้

______________________________________
 
ส้วมตัน
 
พ่อบ้านน่ะต้อง... Can do everything
 
______________________________________
 
ปลาวาฬ
 

            งานบ้านทั้งที่ได้รับมอบหมายกับส่วนที่เป็นหน้าที่ปกติของพ่อบ้านได้ลุล่วงไปแล้วในยามเช้า  เวลาว่างยามบ่ายของพ่อบ้านหนุ่ม  นอกจากวาดภาพ  แต่งกลอน  ดูละคร  สางผม  แล้วเขาก็ยังมีอีกกิจกรรมหนึ่งที่เพิ่มเข้ามา 

            ท่องอินเตอร์เน็ต.... 

            เป็นกิจกรรมยามว่างที่เรียบหรูดูดีอยู่ไม่น้อย  แต่ก็ไม่บ่อยที่เขาจะมีเวลาว่างมานั่งอ่านบล็อก บทความ  รวมถึงเช็คความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากอินเตอร์เน็ต  ตาคู่สีฟ้ามองผ่านเลนส์ตัดแสงไปยังไทม์ไลน์ที่กำลังไหลเป็นสายอยู่ในหน้าจอ  เขาเอนตัวไปข้างหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายก่อนที่ทวิตหนึ่งในไทม์ไลน์จะทำให้เขาต้องหยุดมอง

                ผมไปดูการล่าวาฬที่แคนาดา  คนที่นั่นเล่าให้ฟังเกี่ยวกับตำนวนปลาวาฬสาปให้คนกลายเป็นหินด้วย

                ฟัวโก้ยันตัวห่างจากพนัก  สายจับจ้องอยู่ที่จอ

                แล้วก็ตำนานของปลาวาฬที่กลืนโนอาห์เข้าไปตอนที่เขาถูกกะลาสีเรือจับโยนลงทะเล  ในตอนนั้นพระเจ้ามีคำสั่งให้โนอาห์ออกเดินทางไปที่อัสซีเรีย... แต่แล้ว...

........... แต่แล้ว...?

                เขารอยู่นาน... แต่ไทม์ไลน์ก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับ  ฟัวโก้ตัดสินใจกดรีเฟซเพื่อเรียกดูใหม่  แล้วเขาก็พูดกับตัวเองออกมาเบาๆ

                “..................... ผมเห็นปลาวาฬ”

 

______________________________________
 
โต้รุ่ง
 

                ยามดึกสงัด.... ในห้องครัวของสำนักอาจารย์คงปรากฏแสงไฟสลัว  เจ้านายของเขาคงหลับไปแล้ว... ฟัวโก้  ดิวิโน่  นั่งอยู่หน้าเคานเตอร์ที่ปกติใช้ทำครัว  ดวงตาสีฟ้ามองผ่านเลนส์ตัดแสงไปจดจ้องอยู่กับหน้าจอโน๊ตบุคที่ในตอนนี้ทั้งจอสว่างด้วยสีเหลืองนวลของเว็บเพจหนึ่ง

                ‘http://www.***simi.com’

                เหมือนจะเป็นเพียงบอทแชทธรรมดา.. แต่ทว่ามันกลับสร้างความขุ่นเคืองให้กับเขาอย่างไม่น่าเชื่อ  นิ้วเรียวพิมพ์ข้อความลงไปในช่องเท็กซ์  ก่อนจะกดส่งเพื่อรอข้อคำตอบที่ได้กลับมา

                ฟัว

                : ที่สวยๆ เรียนอยู่ใน ม. กรุงเทพนั่นปะ?

                ฟัว

                : ตุ๊ดแม่เล้า

                ฟัว

                : สวย

                !?”

คิ้วเข้มพลันกระตุกขึ้นมาเพราะคำตอบ  เขารีบพิมพ์ข้อความต่อไป  ฟัวโก้ไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้ตัวเองกำลังทำหน้าตาแบบไหนอยู่

                ฟัวโก้’   

                : เคะ

“..................................”

                ฟัวโก้

                : เกษมสมบัติ

.

.

.

                ฟัวโก้นามสกุลอะไร

                : เกษมสมบัติ

                “……………………………….”

                เมื่อแน่ใจว่าคำตอบของเจ้าไก่มีเบื้องลึกเบื้องหลัง  ฟัวโก้ที่ไม่พอใจกับคำตอบนั้นก็บ้าพอที่จะสอนให้มันใหม่อย่างที่เขาพอใจ!

                แต่.. เมื่อเซิฟเวอร์ปลายทางยังไม่รับคำตอบที่เขาสอนให้  มีหรือที่เขาจะนอนได้ลง  เข็มนาฬิกายังคงเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ จากลางดึกกลายเป็นรุ่งสาง  ฟัวโก้มองหน้าจอสีเหลืองอย่างพึงใจ

                ฟัวโก้

                : หล่อและเสะมาก

                เขายิ้มออกมาบางๆ ก่อนจะหันไปมองนาฬิกาติดผนัง.... นี่เขาโต้งรุ่งเพราะเรื่องเพียงแค่นี้เอง....

______________________________________
 
ทุ่งหน้าสวันน่า
 

                แสงแดดกำลังลามเลียไปทั่วทั้งทุ่งกว้าง  กลิ่นอายของทุ่งหญ้าเขตร้อนระอุอุ่นเข้ากันได้ดีกับอากาศอบอ้าวและหญ้าแห้งกรอบสีเหลืองทอง  ฝูงสิงโตกำลังไล่ต้อนลูกกวางสำหรับเป็นมื้อค่ำ  สิงโตตัวเมียไล่ตามลูกกวางติดต่อกันเป็นเวลานานจนเหนื่อยอ่อน  มันเดินกลับมาที่ฝูงด้วยท่าทางเหนื่อยล้าเต็มที

                โอ้.. ไม่.. มันทำไม่สำเร็จ  มันจะต้องกลับไปที่ฝูงพร้อมกับความล้มเหลว’    

                ‘ความจริงแล้วมันไม่รู้ตัวว่ามีลูกอ่อนอยู่ในท้องที่ร้องจ้อกๆ ของมัน

                ‘โอ้... มันกำลังมีลูกสิงโตน้อยๆ อยู่ในท้อง  แบบนี้จะเป็นอุปสรรคต่อการล่ารึเปล่านะ

                สิงโตตัวเมียยังมีโอกาสแก้ตัวอีกหนึ่งครั้ง  มันหมอบซุ่มรอให้ลูกกวางเล็มหญ้าเข้ามาในระยะใกล้  ดวงตาสีอำพันของมันวาวโรจน์ดุจเพชฌฆาตที่จะฟาดฟันศัตรู  เสียงคำรามต่ำๆ ในลำคอทำให้เจ้าของตาคู่สีฟ้าอดลุ้นรอเหตุการณ์ที่จะเกิดต่อไปไม่ได้  ฟัวโก้ ดิวิโน่ กำมือแน่น  จ้องมองผู้ล่ากับเหยื่อที่กำลังเล็มหญ้าอยู่ตาไม่กระพริบ

......... นี่นอกจากละครแล้ว......

......... เขายังอินกับสารคดีทุ่งหญ้าสวันน่าด้วยหรือนี่.....

______________________________________
 
ยาจก
 

                น้ำอุ่นๆ จากฝักบัวที่ไหลผ่านร่างๆ ทำให้พ่อบ้านหนุ่มรู้สึกผ่อนคลายจากงานหนัก  เขาหลับตาลงปล่อยให้สายน้ำพาความเหนื่อยล้าไหลผ่านร่างไป  มือเปียกน้ำควานหาอะไรบางอย่าง  ก่อนจะหยิบเอาขวดแชมพูที่เขาใช้เป็นประจำมาบีบของเหลวภายในใส่มืออีกข้าง

............ ไม่มี...?

............ แชมพูหมด...?

                ฟัวโก้ ดิวิโน่ ขมวดคิ้ว  ลืมตาสีแซฟไฟร์ขึ้นมองขวดแชมพูเจ้าปัญหา  ถึงแม้จะออกแรงบีบชนิดที่ว่าบรรจุภัณฆ์บุบเบี้ยวจนผิดรูปก็ไม่มีแชมพูที่เข้าต้องการออกมา....

............. เชื่อแล้วว่ามันหมด...

                หลังจากทำให้อารมณ์เย็นขึ้นได้แล้วจากเรื่องในห้องน้ำ  คนเป็นพ่อบ้านก็เข้าครัวเพื่อเตรียมมื้อเย็นให้เจ้านายตามปกติ  และแล้วเมื่อเขาเปิดเตาแก๊สเพื่อจะตั้งน้ำให้เดือดเขาก็ค้นพบความจริงที่ชวนให้อารมณ์เสียอีกครั้ง..

............. แก๊สหมด....

                ฟัวโก้ ดิวิโน่ ถอนหายใจ  เขามองไปรอบๆ ห้องครัวพลางคิดเมนูใหม่ที่จะทำออกมาได้โดยไม่ต้องอาศัยแก๊ส  ของในตู้เย็นที่มีอยู่ช่างไม่สอดคล้องกับเมนูที่ไม่ต้องใช้ไฟเอาเสียเลย  เขาลงจากบ้านไม้  ออกเดินไปทางปราสาทหลังใหญ่ที่เขาเองเป็นคนในสังกัด.... ปราสาทวาเรีย

                และการที่ได้ไปขอความช่วยเหลือถึงห้องครัวของปราสาทก็ทำให้เขาได้ทราบว่า

.............. แก๊สหมดเหมือนกัน....

                ในยามโพล้เพล้ที่ริ้นยุงเริ่มก่อกวนผู้คนที่ยังอยู่ภายนอกบ้าน  ฟัวโก้ ดิวิโน่นั่งอยู่หน้าเตาอั้งโล้  มือจับที่คีบเขี่ยถ่านให้ไฟแรงขึ้นกว่าเดิ

................ แบบนี้ไม่ได้เรียกว่ายาจกหรอกมั้ง....

................ วินเทจน่ะ... วินเทจ...

______________________________________
 
สามแยกปากหวาน

เป็นแฟนคลับอยู่น่ะครับ
 
______________________________________
 
บ้านพักคนชรา
 

 

....... นานแล้ว......

....... นานมากแล้วนะ.....

........  หายไปไหนกันนะ.....

........ มิคาเอลของพ่อ....

                ชายชรานั่งอยู่เดียวดายที่ในสวนของบ้านพักคนชรา  นานหลายที่เขาละทิ้งเพศบรรพชา  เพื่อที่จะหลบหนีความโศกเศร้าจากการสูญเสียภายใต้ร่มเงาของศาสนา  เขาหลับตาที่หม่นแสงลง  สูดกลิ่นหอมของมวลดอกไม้ก่อนจะถอนหายใจออกมามาช้าๆ  ลืมตาที่ฝ้าฟางขึ้นมองท้องฟ้าที่กำลังจจะเปลี่ยนเป็นสีแดง

                “...... ท้องฟ้าสวยมากเลยนะครับ... ฟาเธอร์”

                เสียงนุ่มใสที่ไม่ได้ยินมาแรมปีทำให้ชายชราสะดุ้ง  เขาหันศรีษะที่ปกคลุมด้วยกลุ่มผมสีอ่อนมองไปรอบๆ เพื่อนค้นหาต้นเสียง

                “...... ผมอยู่ตรงนี้ครับ”

                เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้งในระยะใกล้  คนถูกเรียกหันหลังไปมองแทบจะในทันที  เมื่อดวงตาสีหม่นให้เพ่งเห็นชัดว่าคนที่มาหาเป็นใคร  รอยยิ้มของคนแก่ก็ปรากฏฉายบนใบหน้าที่เหี่ยวย่น

                “.... สาธุคุณดิไวน์...”

                ฟัวโก้ยิ้มบางกับคำเรียกที่ไม่ได้ยินมานาน  ก่อนจะเข้าไปหาชายชรา  คุกเข่าลงปล่อยให้มือเหี่ยวย่นของอีกคนแตะไล้ไปตามรอยแผลบนใบหน้า

                “โอ้.... มิคาเอลของพ่อ... เจ้าไม่เหมาะกับแผลเหล่านี้เลย...”

                เสียงแหบพร่าของชายชราสั่นเทา  เขาได้เพียงแต่ยิ้มรับในทุกคำพูดของอีกฝ่ายเท่านั้น  น้ำตาของคนแก่หยดลงที่สองบ่า  เขานึกไม่ออกเลยว่าคนตรงหน้าจะเสียใจอีกมากมายเพียงใด  หากได้รับรู้ว่ามิคาเอลของเขา  ตอนนี้เป็นเพียงมือสังหารที่เข่นฆ่าชีวิตคนตามคำสั่งคนหนึ่ง....

 
______________________________________
 
ม้าโง่
 

“มาเป็นม้าให้พวกผมขี่....”

เสียงเล็กๆ ของเด็กชายดังขึ้น  เขาและกลุ่มเพื่อนจ้องมองบริกรตัวเล็กแห่งเซนต์ปีเตอร์พร้อมกับรอยยิ้มซุกซน

“ม.. ม้า... เหรอครับ?”

“ใช่แล้วล่ะ! ตอนนี้พวกเราอยากจะได้ม้า”  เด็กคนหนึ่งกล่าวพร้อมกับจับมือของบริกรในชุดขาวเอาไว้

“ไม่อยากเล่นกับพวกเราแล้วรึไงล่ะ...อิกนิส?”

“อ... ไม่ใช่.. ครับ”

คำตอบนั้นเต็มไปด้วยความสับสนลังเลใจ  อิกนิส  ดิไวน์ ค่อยๆ แกะมือของอีกฝ่ายออก  ดวงตาสีฟ้าหม่นกลอกมองทุกคนอย่างไม่แน่ใจ  ก่อนที่เสียงใสของบริกรจะเอ่ยถาม

“ผม... ผมเล่นด้วยได้จริงๆ เหรอ?”

“อืม...”  เด็กอีกคนยิ้ม

“แต่ถ้านายไม่อยากเล่นกับพวกเราก็ไม่เป็นไรหรอกนะ”

“เดียกันที่เคร่งครัดพระวินัยอย่างนายควรจะเอาเวลานี้ไป... ขอบคุณพระเจ้า”

“มันเหมาะกับนายมากเลยล่ะ... ขอบคุณพระผู้เป็นเจ้าอยู่... คนเดียว”

.

.

.

.... คนเดียว... เหรอ....?

 

                แสงแดดยามบ่ายฉาบฉายให้นครรัฐวาติกันกลายเป็นสีทอง เด็กชายในชุดเดียกันคุกเข่าคลานลงกับพื้นหญ้า  ลำแขนเล็กเทิ้มสั่นค้ำยันร่างที่หอบสะท้านด้วยความเหน็ดเหนื่อย  คราบฝุ่นดินเปรอะเปื้อนอาภรณ์ของศาสนาจนสกปรกมอมแมม  แขนเล็กที่ไม่ได้เพียงแต่รับน้ำหนักของตนจวนจะทรุดเมื่อคนบนหลังทุบตีเร่งให้เขาไปต่อ  อิกนิส ดิไวน์  คลานเข่าไปข้างหน้า  แม้ว่าดวงตาจะฉายแววอ่อนล้าเต็มที

“ร้องสิ! เจ้าม้าร้องสิ”

.......ร้อง....?

“เสียงโซปราโน่ของอิกนิสน่ะ  ถ้าลองร้องเหมือนม้าต้องเพราะมากแน่เลยล่ะ”

               

แสงแดดยามบ่ายฉาบฉายให้นครรัฐวาติกันกลายเป็นสีทอง  เสียงหัวเราะคอกคักสนุกสนานของเด็กๆ ในโบสถ์ดังขึ้นอยู่ในสวนดอกไม้ของเซนต์ปีเตอร์  คละประโคมกับเสียงของม้าโง่ๆ ตัวหนึ่ง....

______________________________________
 
ลูกตา
 

....... เจ็บ... เจ็บ... เจ็บ...

...... เขาเจ็บ

                ร่างที่ถูกมัดตรึงด้วยโซ่บิดเร้าด้วยความเจ็บปวดเมื่อโลหะแหลมร้อนกรีดลากไปมาบนแผ่นหลัง

...... กลัว...กลัว.... กลัว....

...... เขากลัว ....

หวาดกลัวสีแดงเพลิงที่ลุกโชติอยู่ในดวงตา   ตาคู่ที่สามารถเผาเขาให้มอดไหม้ได้เพียงแค่การจ้องมอง

...... อย่า...อย่า...อย่า....

...... อย่าเข้ามา .....

                อย่าทำให้เขาเจ็บปวดทรมานด้วยดวงตาคู่นั้นอีกเลย

.

.

.

                อัสนีบาตรฟาดลงเป็นสายเพียงไม่ไกล  แสงสาดกระทบกับหยาดน้ำอุ่นที่หยดลงจากดวงหน้าเป็นประกาย  หยาดน้ำที่ไม่ใช่สายฝน... เขาร่ำไห้... ไว้อาลัยให้กับร่างไร้ชีวิตที่เขาเกลียดชัง

                “ขอพระจิตแห่งพระเจ้าสถิตกับคุณในสุสานสายฝน...”

                ดาบยุโรปถูกชักนำให้กดย้ำลงไปบนอกของร่างบนพื้น  คมของปลายดาบแหวกผิวเนื้อที่ซีดไร้สีเลือดกรีดลากเป็นแผลยาวรูปกางเขน  บุรุษในอาภรณ์ของศาสนาคลี่ยิ้มพอใจกับผลงานศิลปะที่พึ่งสร้าง

........ไม่มีอีกแล้วสิ่งที่เขาเกลียด....

                ปลายดาบลากไล้จากแผ่นอกขึ้นมายังลำคอ  จมูก  และหยุดอยู่ที่ตำแหน่งของลูกตา

........ไม่มีอีกแล้วสิ่งที่เขากลัว .....

                “พอไม่ได้อยู่ในร่างกายแล้ว... ตาคู่นี้ของคุณก็สวยดีนะครับ”

______________________________________
 
ROCK STAR
 

 
...... ผมไม่เคยร็อค...... 
 
______________________________________
 
กล้วยไม้
 

                แสงสีขาวจากหลอดนีออนส่องกระทบผนังและผ้าม่านของห้องพิเศษทำให้เตียงคนป่วยกับโซฟาสีเดียวกันแทบจะถูกกลืนด้วยแสงสว่างจนทั้งห้องสว่างราวกับกลางวัน  คนป่วยนอนนิ่งอยู่บนเตียง  หลีกเลี่ยงที่จะขยับตัวให้บาดแผลปริฉีกไปมากกว่าเดิม  ผนังห้องและเพดนที่จับจ้องอยู่นานทำให้เขาเบื่อหน่าย  ฟัวโก้  ดิวิโน่  ฝืนความเจ็บขยับพลิกกายตะแคงข้างหวังจะมองภาพนอกหน้าต่างให้รู้สึกสบายใจ

                แต่มีใครบางคนกำลังปีนหน้าต่าง...

                ใครที่เขารู้จักเสียด้วย....

                “สวัสดีครัฟ”

                คำทักทายที่ไม่ค่อยจะเข้ากันกับคนที่กำลังเกาะขอบหน้าต่างอยู่นั้นทำให้คนบนเตียงพยายามลุกขึ้นมามอง

เอ้าๆๆ ป่วยก็นอนลงไปสิครับ”  

ผู้มาใหม่พาร่างปีนเข้ามาด้านในได้สำเร็จ  ในวินาทีนั้นฟัวโก้ไม่ได้ทันคิดด้วยซ้ำว่าเขาอยู่ที่ชั้นไหน  แล้วอีกฝ่ายปีนขึ้นมาถึงห้องนี้ได้ยังไงกัน 

....... คุณ... เข้ามาได้ยังไงน่ะครับ...?

ความลับครับ” 

คำตอบของเจ้านายที่ได้รับกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มทำให้คนป่วยถอนหายใจก่อนจะพยายามลุกขึ้นนั่ง

                “จะลุกขึ้นมาทำไมล่ะครับ ออ ผมมีดอกไม้มาฝากด้วยนะ” 

                คนเป็นเจ้านายเดินผ่านเขาไป  ในมือของเขามีดอกไม้ที่เขาเองได้เห็นไม่บ่อยนัก 


............ กล้วยไม้สีน้ำเงิน........


                ดอกไม้สีครามล้วนถูกจัดลงในแจกันที่ข้างเตียงโดยมือคนนำมาให้  ถึงแม้เขาจะไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามันเป็นดอกไม้สำหรับเยี่ยมไข้  แต่เขาก็ไม่ได้รับรู้ถึงความหมายของมันชัดเจน

.... ขอบคุณ..... ครับ.......

เจ้านายของเขาก็หัวเราะออกมา เสียดายจังไม่ได้เอากล้องมา ดูไม่จืดเลยนะครับคุณ”

คำพูดทีเล่นทีจริงเป็นปกติของเจ้านายทำให้คนป่วยฝืนยิ้ม  เป็นความผิดของคุณเองที่ลืมกล้อง...”

คงเดชมองคนป่วยบนเตียงพลางยกมือขึ้นเกาคอ  “ ตอนนี้คุณดูเหมือน...มัมมี่

“เปลี่ยนบรรยากาศ....” เขาตอบกลับไปพร้อมกับรอยยิ้ม  อดคิดภาพตามคำพูดของอีกฝ่ายขึ้นมาไม่ได้


ดูเหมือน การสนทนาดีๆจะจบลงเพียงแค่ตรงนั้น  เมื่อคนเป็นเจ้านายเริ่มทำให้เขาปวดหัวบทสนทนาก็เปลี่ยนไปในอีกรูปแบบจนเขาเองก็สงสัยว่าผู้ป่วยห้องข้างๆ จะพักผ่อนได้เต็มที่รึไม่

ดึกมากแล้ว... ฟัวโก้นอนนิ่งอยู่บนเตียงคนป่วย  ตาที่มองออกไปนอกหน้าต่างอยู่นานเบนกลับเข้ามาในห้องกว้างที่ตอนนี้ปิดไฟ  อาศัยแสงจากภายนอกที่ลอดเข้ามาเท่านั้น  เจ้านายของเจ้านอนหลับอยู่บนโซฟา  ในตอนนี้เขาพอจะนึกออกอย่างหนึ่งแล้วว่า.. กล้วยไม้หมายถึงอะไรได้บ้าง


..... ใกล้ม้วย

 

______________________________________
 
หน้าเหมือน
 

อยู่ไหน.....

อยู่ที่ไหน.....

นายอยู่ที่ไหน...

                ตาคู่สีฟ้าสอดส่ายไปมา  รอบข้างสงัดเงียบ... เงียบเกินไป ดวงตะวันคล้อยต่ำจวนจะลับไปในเวลาโพล้เพล้ ฟ้าสนธยาสีฉานกลายกลับเป็นพลบค่ำที่มืดดำราวกับห้วงสมุทรล้ำลึก ดวงตาสีฟ้าที่เจือไปด้วยความหวาดกลัวกวาดมองหาใครบางคนที่ชวนเขาเล่นซ่อนหา

                "......คงเดช... นายอยู่ที่ไหน น่ะ"

                ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ  ชายหนุ่มขยับก้าวเดินไปข้างหน้า  ร้องเท้าแตะหูคีบเมื่อเหยียบย่ำใบไม้แห้งเกิดเสียงดังกรอบแกรบไปตามทาง  เสียงเบาบางที่ชัดเจนเหลือเกินในยามนี้

                "... อยู่ที่ไหน...?"

                ผมสีกาน้ำยาวสยายลากปลายกวาดใบไม้แห้งให้กระจายไปเป็นทาง  ในวินาทีนั้นที่เขาสิ้นหวัง ชายหนุ่มหยุดยืนนิ่งก่อนจะเริ่มสะอื้นไห้

พอแล้ว......

กลัว.......

ไม่หาต่อแล้ว......

                เขาถอดใจ  และแล้วไหล่ที่ปกคลุมไปด้วยกลุ่มผมก็พลิกกลับหันหลัง

!!?

" ..."

คนที่กำลังตามหากลับยืนอยู่ในระยะที่ใกล้จนเขาตกใจก้าวถอยหลัง 

"คงเดช..."

                อีกฝ่ายยิ้มให้เขาเหมือนกันทุกครั้ง  เขาไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่ามีความหมายใดกันที่แฝงอยู่ในรอยยิ้มของอีกฝ่าย

เขาไม่เคยรู้อะไรเลย.......

"หาเจอแล้ว!"

                เสียงที่อาบย้อมไปด้วยความยินดีอย่างชัดเจนดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง  เขาวางมือลงไปที่บ่าทั้งสองข้างของอีกฝ่ายเพื่อแสดออกถึงการ 'จับได้' ในการเล่นซ่อนหา

                ที่ได้มากลับเป็นรอยยิ้มที่เรียบนิ่ง  ลูกแก้วสีเพลิงจ้องเขาอยู่ไม่วางตาราวกับกว่ากำลังค้นหาอะไรบางสิ่ง....

                "แต่ผมยังหาคุณไม่เจอเลย...."

.

.

.

                "อ... เอ๊ะ....?" 

ไม่เข้าใจ....

                'แต่ผมยังหาคุณไม่เจอเลย....'

หมายความ.. ว่ายังไง......? 

                'คุณ'

...... กำลังหมายถึง... ใคร...? 

                ดวงตาสีฟ้าเคลือบแววสงสัยไหววูบมองคนตรงหน้าเงียบงัน  อยากจะถามย้ำสิ่งที่อีกฝ่ายเพิ่งจะเอ่ยออกมา แต่ว่า...

ควรจะถามรึเปล่า........? 

จะถูกโกรธรึเปล่า.........? 

ควรจะรับรู้..... รึเปล่า....?

                'แต่ผมยังหาคุณไม่เจอเลย....'

......... ใคร...? 

                ในเมื่อคนตรงหน้ากำลังพูดอยู่กับเขา

.......... เขา? 

                'นายคือฟัวโก้'

                เสียงปลอบประโลมของใครคนหนึ่งดังขึ้นในหัว

.... เขา คือ ฟัวโก้....

                ฟัวโก้... นั่นคงเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังค้นหา... แวววูบไหวภายในดวงตาค่อยสงบลงเมื่อพบคำตอบ  แม้จะยังไม่แน่ใจในความคิดของตนนัก... ทว่า

                '..............คุณชื่ออะไรมาจากไหนเหรอครับ?'

                'ไม่ใช่ครับ คุณไม่ได้ชื่อฟัวโก้ '

                'คุณไม่ใช่ฟัวโก้ ฟัวโก้ของผมหายไป'

.

.

.

                ‘คุณไม่ใช่ฟัวโก้

เขาเป็นใคร... เขาไม่ใช่ฟัวโก้... เขาไม่ใช่ฟัวโก้ที่หายไป 

                แซฟไฟร์น้ำเอกคลอคลองด้วยหยาดน้ำใสทุกครั้งเมื่อพยายามนึก 

เขาที่อ่อนแอขนาดนี้... 

......... เขาคือ.. ฟัวโก้...? 

.......... เปล่า... ไม่ใช่.... 

เขาแค่เหมือน... เหมือนทุกกระเบียดนิ้ว  ทั้งรูปลักษณ์  ใบหน้า  เรือนผมสีดำ  ดวงตาสีฟ้าและร่างกาย 

......... แต่ไม่ใช่ ฟัวโก้ ที่ใครๆ กำลังเรียกหา.... 

                ความจริงที่กำลังทิ่งแทงอยู่ในอกทำให้เขารู้สึกเจ็บแปลบคล้ายความเจ็บจากบาดแผลบนใบหน้า... 

.......... ฟัวโก้คนนั้นคงจะ... ไม่มีแผลน่าเกลียดอย่างที่เขามี 

.......... และเขาก็เป็นเพียงแค่นี้... 

.......... ใครสักคนที่ไม่ควรจะมีตัวตน 

........... เราสองคน... เพียงหน้าตาเหมือนกันเท่านั้นเอง

______________________________________
 
Butterfly Effect
 
 
จิ้มดูขนาดเต็มได้

 

 

 นกิจกรรมยามว่างที่เรียบหรูดูดีอยู่ไม่น้อย  แต่ก็ไม่บ่อยที่เขาจะมีเวลาว่างมานั่งอ่านบล็อก บทความ  รวมถึงเช็คความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากอินเตอร์เน็ต  ตาคู่สีฟ้ามองผ่านเลนส์ตัดแสงไปยังไทม์ไลน์ที่กำลังไหลเป็นสายอยู่ในหน้าจอ  เขาเอนตัวไปข้างหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายก่อนที่ทวิตหนึ่งในไทม์ไลน์จะทำให้เขาต้องหยุดมอง

                ผมไปดูการล่าวาฬที่แคนาดา  คนที่นั่นเล่าให้ฟังเกี่ยวกับตำนวนปลาวาฬสาปให้คนกลายเป็นหินด้วย

                ฟัวโก้ยันตัวห่างจากพนัก  สายจับจ้องอยู่ที่จอ

                แล้วก็ตำนานของปลาวาฬที่กลืนโนอาห์เข้าไปตอนที่เขาถูกกะลาสีเรือจับโยนลงทะเล  ในตอนนั้นพระเจ้ามีคำสั่งให้โนอาห์ออกเดินทางไปที่อัสซีเรีย... แต่แล้ว...

........... แต่แล้ว...?

                เขารอยู่นาน... แต่ไทม์ไลน์ก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับ  ฟัวโก้ตัดสินใจกดรีเฟซเพื่อเรียกดูใหม่  แล้วเขาก็พูดกับตัวเองออกมาเบาๆ

                “..................... ผมเห็นปลาวาฬ”

จากวินาทีสู่นาที... และจากนาทีสู่ชั่วโมง... นานแล้วที่ลูกแซฟไฟร์น้ำเอกจับจ้องใครบางคนอยู่ไม่วางตา  ความจริงจังที่ฉายชัดบนใบหน้าของพ่อบ้านมาเฟียทำให้คนถูกจ้องเริ่มใจเสียขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้  ฟัวโก้  ดิวิโน่  ยังคงจ้องคนตรงตรงหน้าต่อไปอย่างเงียบงัน 

......... คนตรงหน้าที่เจ้านายของเขาพาเข้ามาอยู่ในบ้านโดยที่เขาเองไม่ได้รู้เห็นเป็นใจ

......... คนตรงหน้าที่รูปร่างลักษณะเหมือนเขาไม่มีผิด!

                “............ คุณ.... เป็นใครครับ”

                พ่อบ้านหนุ่มเริ่มประโยคแรกด้วยการถาม  ทว่าคำตอบที่ได้รับกลับเป็นการส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง

                “ส่ายหน้า.... ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร.... หรือตอบไม่ได้กันล่ะครับ....?”

                ใบหน้าที่เป็นพิมพ์เดียวกับเขาสั่นส่ายไปมาปฏิเสธ  สร้างความขัดเคืองที่มากขึ้นให้กับคนถาม

........... คนคนนี้เป็นใคร...?  ทำไมถึงได้เหมือนกับเขาขนาดนี้...?

                แต่ไม่ใช่ทั้งหมด.... เพราะอีกคนที่สวมใส่ชุดไทยล้านนาสีฟ้านั้นมีท่าทีหวาดกลัวที่ฟัวโก้สรุปเองอยู่ในใจว่าเป็นจริตท่าทางของผู้หญิง

............ ผู้หญิงที่หน้าเหมือนฟัวโก้....?

                ในขณะที่เขากำลังพิจารณาคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อประมวลผล  ใบหน้าที่เหมือนกันกับเขาก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป... เปลี่ยนไป... ตอนนี้.. ร่างตรงหน้าในชุดห่มสไบได้กลายเป็น อั้ม พัชราภา!

.............เอเลี่ยน!?

                “คุณ..!? คุณ... เป็นตัวอะไรกันแน่...?”

                ฟัวโก้ถามด้วยเสียงที่ตื่นตระหนก  เขาชักจะไม่แน่ใจแล้วว่าสิ่งมีชีวิตตรงหน้าคืออะไรกันแน่ 

.............เอเลี่ยน...?

............. UMA.....?

............. เดี๋ยวสิ.. นี่มัน... ใช่สิ่งมีชีวิตรึเปล่า...!? 

 

"คุณลงไปนานจนตัวผมจะแห้งอยู่แล้ว"

ถึงแม้จะไม่ได้เป็นจริงตามนั้นแต่การต่อปากต่อคำกับเจ้านายนับเป็นวิถีชีวิตที่ขาดไม่ได้ของพ่อบ้านหนุ่ม ฟัวโก้จุดไฟธาตุเรียกผีเสื้อออกมาในขณะที่จระเข้เริ่มจะจู่โจมแพให้คว่ำจากใต้น้ำ  ไพพิรุณถูกแผ่ออกครอบคลุมคนทั้งสองไว้ในระดับความเข้มข้นของการระงับที่เขากับเจ้านายจะปลอดภัยจากดาบเล่มใหม่ที่เพิ่งได้มา   

"สภาพมันยังดีอยู่เลยนะครับ...."

......... น่าเสียดาย.... 

                ฟัวโก้นึกย้อนกลับไปถึงการซื้อขายอันเป็นจุดเริ่มต้นของดาบอายุสั้นเล่มนี้  นอกเหนือจากในด้านที่เป็นพี่สาวแล้วหญิงสาวในชุดลายพรางพร้อมกับแว่นกันแดดก็เป็นแม่ค้าอาวุธที่เขาประทับใจอยู่ไม่น้อย 

                ไว้แล้วฉันจะรอนายมาซื้อนะ ออ จะจองสีไว้ล่วงหน้าไหม ช่วงนี้ของชอบหมดเร็ว

                ............... สีน้ำเงิน... คนเป็นลูกค้าตอบไปโดยไม่ต้องคิด เจ็ทจดรายละเอียดออร์เดอร์ลงไปตามนั้น

                รับติดออฟชั่นพิเศษนะ  เอฟเฟคตระกาลตา ติดเลเซอร์ฉายเเสงได้นะ

                ‘.... ติดแล้วมีความเสี่ยงที่จะระเบิดมากกว่าเดิมรึเปล่าครับ....?

                โอ้ ไม่รู้สิ แบบนี้นายคงต้องพิสูจน์เป็นรายแรกน่ะ

                ... เอาสิครับ.... ถ้ามันจะระเบิดผมก็คิดเอาไว้แล้วว่าจะโยนมันใส่ใคร...

                ถ้ามันตายอย่าร้องไห้ขี้มูกโป่งล่ะ

………. แบบนี้ก็ผิดจุดประสงค์ตอนที่ซื้อมาน่ะสิ....

มือเรียวปลดดาบประดับลายผีเสื้อสีฟ้าออกก่อนจะกดสวิซที่ด้ามจับ  ตัวดาบเกิดแสงสีฟ้าเรืองโรจ์  แต่แสงนั้นทอออกได้เพียงไม่นาน  ฟัวโก้ทิ้งดาบลงสู่น้ำกระแสไฟฟ้าภายในดาบแล่นปลาบไปเป็นบริเวณกว้าง  ปลาเล็กปลาน้อยลอยผุดขึ้นมาเรื่อยๆ โชคยังดีที่จระเข้เป็นสัตว์ที่ผิวหนังหนา  

 

"ของจีนแดงนี่มีประโยชน์เสมอเลยนะครับ"

[RMC] จระเข้ที่หายไปครับ

posted on 23 Jan 2012 21:43 by enratius-aa

 

vhเอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม

 

 

 
 
 ________________________________________________
 
 
 
Pairing : ไม่มี
 
 
Rate : ก็ไม่มี
 
 
 
 
 
(เป็นความจริงที่สุด!!!)
 

 .

.

.

.

.

.

 

 

 

 

 

 "................ คุณครับ........."

 

เสียงเรียกทำให้มือใหญ่ที่เหล่าไม้หยุดชะงัก เบนตากลับไปมองต้นเสียง คงเดชขมวดคิ้วสงสัยก่อนจะเลิกคิ้วเป็นคำถาม

"อะไรครับ?"

 

เจ้าของเสียงก้าวเข้ามาหาก่อนจะยื่นแผ่นกระดาษที่มีตราสัญลักษณ์ของวาเรียประทับให้

"ภารกิจ..."

 

 .....ขี้เกียจเหลือเกิน.....

หมอผีหน้าตาดีโอดครวญใจจิตใจก่อนจะส่งยิ้มแล้วเอื้อมมือจับกระดาษมาเปิดอ่าน...จระเข้หลุด..ต้องการจับเป็น เขาเอียงคอนั่งนึกแล้วส่งยิ้มอีกครั้ง

"เตรียมขาคุณไว้ให้ดีนะครัฟ" ปิดท้ายด้วยเสียงหัวเราะ ก่อนที่จะกวักมือเรียกบุรุษร่างผอมเกินชายให้ตามมา

 

 คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้ม "ถ้ามันจำเป็นจะต้องใช้และเป็นคำสั่งของคุณเจ้านายผมก็ยินดีครับ" จบคำฟัวโก้ ดิวิโน่ก็ก้าวตามผู้เป็นนายไปโดยไม่ลืมรักษาระยะห่างเอาไว้กว่าช่วงแขน

คงเดชก้าวเข้าไปในห้องเก็บของ เขาหยิบข้าวของที่..คิดว่าจำเป็นต้องใช้ออกมาหลายๆอย่างทั้งวิทยุ หูฟัง ขนมสองห่อ น้ำอัดลมสองกระป๋องเบียร์อีกห้าแล้วยัดมันใส่กระติกน้ำแข็ง ก่อนจะยื่นไปให้คนข้างหลัง แล้วควานหาของต่อไป

คนเป็นทาสลอบถอนหายใจกับ 'ของจำเป็น' ของเจ้านายเบาๆ พลางรับของมาถือไว้  ตาคู่สีห้วงน้ำสอดส่ายดูว่าเจ้านายจะเอา 'ของจำเป็น' แบบไหนออกมาอีก

 ผู้เป็นนายและสุดหล่อมากๆหยิบอาวุธประจำกายที่ไม่ค่อยได้ใช้ขึ้นมาด้วย มันคือกงจักรเก่าๆ ถือมันอย่างระมัดระวังพร้อมกับหยิบเทียนสองเล่มใส่กระเป๋าเสื้อโดยไม่ลืมคว้ากระปุกยาสลบไปด้วย

"เอ้า รีบๆตามมานะครัฟ"

พูดจบก็เดินนำออกไป...... น้ำขึ้นสูงมาเรื่อยๆมันท่วมมิดจนไม่เห็นพื้นดิน ต้นไม้หลายต้นเริ่มตายเพราะรากน้ำ คงเดชค่อยๆเอาแพไม้ผุๆหลังบ้านออกมาลอยแล้วกระโดดขึ้นไป เขาตบมือข้างๆตัว

"เอาของมาวางไว้ตรงน้ีสิครัฟ ส่วนคุณก็เข็นมันไป สักประมาณครึ่งเอวแล้วค่อยขึ้นมา" บุรุษหน้าตาดียิ้มอ่อนโยนให้คนตรงหน้าพร้อมกับหัวเราะเบาๆ

 

 ฟัวโก้รับคำสั่งนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย  บุรุษผมยาววางของลงที่ข้างตัวเจ้านายพร้อมกับดาบเล่มใหม่ที่เขาเพิ่งจะได้มาไม่นาน  จากนั้นก็ทิ้งตัวลงสู่น้ำออกแรงเข็นแพออกไปในระยะที่เจ้านายกำหนด

 มือใหญ่เอื้อมไปเปิดวิทยุแล้วเริ่มปรับเสาอากาศก่อนจะจูนหาคลื่นไม่ช้าเขาก็พบสถานีที่เขาชื่นชอบ เร่งระดับเสียงให้เพลงหมอลำดังขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับเปิดกระติกน้ำเอาน้ำอัดลมออกมาดื่ม พลันปรายดามองข้าทาสที่ทำงานอย่างซื่อสัตย์

"ขึ้นมาได้แล้วครับ"

  

แม้ว่าจะรู้สึกขัดใจในทุกๆ คำสั่ง  แต่คนเป็นทาสก็เพียงแต่ปรายตามองเท่านั้น  ฟัวโก้พยุงตัวเองขึ้นจากน้ำนั่งลงตรงที่ว่างบนแพ  เหยียบอารมณ์ขุ่นมัวให้จมหายไปสายน้ำ

"เราจะรู้ได้ยังไงครับ... ว่าตัวไหนเป็นจระเข้ของวาเรีย... ตัวไหนไม่ใช่...?"

"อ่าาา นั้นสิน้าา"

คำถามที่ชวนให้ขมวดคิ้วสงสัย ก่อนที่คงเดชจะค้นพบว่าคำตอบคือ

....ปี๊บ(เซนเซอร์คำหยาบ)ก็ไม่รู้เหมือนกัน....

เขายิ้มเมื่อหาคำตอบไม่ได้พร้อมกับตบบ่าๆอีกฝ่ายเชิงว่าอย่าคิดมาก

"จับตัวไหนได้ก็เอากลับๆไปเหอะครับ ดีเสียอีกวาเรียจะได้มีจระเข้เพิ่มขึ้นแบบไม่ต้องเสียเงิน ฮะๆ"

ตามด้วยน้ำเสียงหัวเราะเฉกเช่นปรกติทุกครั้ง...คลื่นน้ำนิ่งสงบ ไร้วี่แววสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ หมอผีหนุ่มแอบขัดใจ เพราะนี่มันล่วงเลยเวลานอนยามบ่ายมานานเกินไปแล้ว เขาเริ่มหยิบกระปุกสารพิษออกมาจากกระเป๋าเสื้อ คว้าเรียวขาของคนตรงข้ามมาโดยไม่บอกไม่กล่าว ดึงรองเท้าออกไปให้พ้นทางแล้วถลกขากางเกงขึ้น ป้ายยาลงไปตามเรียวขา

"เดี๋ยวคุณเอาขาลงไปแช่น้ำเล่นนะครับ...ออ แล้วก็เขาสั่งให้จับเป็น นี่เป็นสารพิษอันตราย ถ้าเกิดจระเข้มันงับขาคุณไปกินเดี๋ยวมันตาย..คิดว่าคุณคงเข้าใจที่พูดนะครับ"

ยิ้มให้อีกครั้งแล้วบิดขี้เกียจอีกสองสามที คงเดชล้มตัวนอนลงบนตักที่ว่างของคนที่ขึ้นชื่อว่าทาส หลับตานอนรอต่อไป

บุรุษหน้าตาหล่อเหลาคมคายประหนึ่งเซเลปหรุบตาลงมองคนบนตัก  ตาคู่สีฟ้ากลอกไปมาก่อนจะถอนหายใจ
 
"ถ้ามันลากขาผมลงไป  แน่นอนว่าผมจะดึงคุณลงไปด้วย"

จบคำก็แกล้งชันขาข้างที่ถูกทาสารพิษขึ้นจนกระเทือนคนบนตักแล้วหย่อนมันลงไป ในน้ำเย็นเยียบ

 คงเดชทำแค่หัวเราะในลำคอเบาๆแล้วแสร้งยกมือทาบอกตกใจเท่านั้น....ผ่านไป สิบนาทีน้ำยังคงนิ่ง เขาลอบถอนหายใจเหนือยหนาย ทั้งที่ให้คนเอาขาจุ่มน้ำล่อก็แล้ว จระเข้ยังไม่โผล่มาสักตัว หมอผีตัดสินใจหยิบไหเล็กๆออกมาแล้วเปิดยันต์ที่แปะไว้ออก คลื่นน้ำก่อตัวเป็นฟองน้อยๆก่อนสีฟ้าใสที่เจือด้วยควันสีดำจางๆจะพุ่งตัวออก มาจากไห พรายเลี้ยงที่บัดนี้ดวงตาเป็นสีแดงก่ำจากมนต์สะกด นางสบตากับผู้เป็นเจ้าของเล็กน้อยก่อนจะดำดิ่งลงไปยังห้วงน้ำหายไป

 

"แบบนี้.... ผมคงเอาขาขึ้นจากน้ำได้แล้ว...?"

 

 

"ตามใจ"

 

 

นับว่าเป็นคำอนุญาต  ขาที่อาบทาด้วยสารพิษถูกยกขึ้นมาจากน้ำรวดเร็วราวกับจงใจให้คนนอนตักเลื่อนหล่นไปจากหน้าขา

 

เป็นตามประสงค์ของอีกฝ่ายเมื่อศรีษะของผู้เป็นนายกลิ้งตกลงไป พร้อมๆกับร่างใหญ่....กลิ้งหายลงไปในน้ำ

 

"!!? คุณ...!?"


ความตกใจพลันเข้ามาแทนที่ทุกมโนความคิด  เมื่อมองลึกลงไปใต้ผืนน้ำไม่เห็นร่างของเจ้านาย

..... จมน้ำ....?

.....  เป็นไปไม่ได้....

.....  แล้ว... ถ้าใช่ล่ะ...?

ถึงแม้จะไม่ได้เทิดทูนบูชา  ทว่าเขาเองไม่ได้อยากจะได้ชื่อว่าเป็นทาสที่คร่าชีวิตเจ้านาย  หากร่างที่จมหายไปนั้นตาย.. ศักดิ์ศรีของเขาจะอยู่ที่ไหนกัน!?  ไวเท่าความคิด  บุรุษผมยาวตัดสินใจถอดเสื้อเครื่องแบบหนาหนักออกกระโดดลงสู่ผืนน้ำแหวกว่ายหาร่างที่จมหายไปก่อนหน้านี้

วิทยุยังคงส่งเสียงเพลงออกมาเรื่อยๆตลอดช่วงบ่าย แผ่นน้ำที่เป็นคลื่นฟองบัดนี้เงียบสนิทอีกครั้ง เหลือไว้แค่แพลำน้อยที่ยังคงลอยคอ ....

อากาศเหลือน้อยลงเต็มที  ฟัวโก้ที่ยังไม่พบแม้เงาของเจ้านายโผล่พ้นผิวน้ำเพื่อตักตวงอากาศเข้าสู่ปอด  ร่างโปร่งหอบหายใจเหน็ดเหนื่อยจากการดำน้ำเป็นระยะเวลานานโดยไม่ได้พัก  ชั่วครู่หนึ่งที่ดวงตาสีฟ้ามองไปรอบๆ ด้วยหวังว่าจะพบเจ้านายที่ขึ้นจากน้ำจากปลอดภัยอยู่ที่ไหนสักที่  พลันร่างที่อยู่เบื้องใต้ก็รู้สึกถึงบางอย่างที่เคลื่อนตัวผ่านรวดเร็วจนผิวน้ำสะเทือนไหว

 

 

 

 

 

คระครั่นครื้นเกลียวคลื่นถโถมถา

ชลนาวารีสะเทือนไหว

กุมภิราชฟาดหางระวิงไว

หมายนางพรายศาตร์ไสย์อวิชชา

นางพรายน้ำนามอุษาถลาหลบ

กุมภีร์รบโรมรันถลันหา

ฝ่ายนางพรายว่ายวนเป็นพ้นมา

สาคราป่วนปั่นครั่นครื้นฟอง

 

 

 

 

 

 

 

พื้นน้ำปั่นป่วนผิดวิสัย  ร่างที่พยุงตัวเหนื่อน้ำรีบออกว่ายตรงไปยังแพที่ลอยลำอยู่ไม่ไกล  สองแขนเกาะเกี่ยวแพที่สั่นไหวตามแรงสะเทือนของน้ำเอาไว้  สองตาสอดส่ายมองหาเจ้านายอย่างกระวนวายใจ

 

"อ่ะ โค้กเย็นๆ หรือจะเอาเป็นเบียร์ก็ได้นะครัฟ"

 

คงเดชยื่นกระป๋องโค้กให้ร่างที่เปียกน้ำ เมื่อครู่เขารู้สึกร้อนทั้งกายและใจเนื่องจากอากาศยามบ่ายและการนั่งรอจระเข้ ใจที่เย็นเป็นน้ำมันจึงกลายเป็นน้ำเดือด และด้วยความอินดี้ เขาเลยกลิ้งลงไปแช่น้ำเล่นแค่นั้นเอง

 

"..... ค.. คุณ..."

ใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำหันขวับไปยังต้นเสียง  คิ้วเข้มขมวดมุ่นอย่างไม่พอใจ รู้สึกจะอยากจะก่นด่าเจ้านายที่ทำให้เขาตกใจ  แต่แล้วฟัวโก้ก็เพียงแค่ถอนหายใจออกมาเบาๆ

"......... โค้กครับ"

ร่างที่ยังอยู่ในน้ำค่อยๆ พยุงตัวขึ้นบนแพพลางคิดบางอย่างในใจ

....... ไม่เป็นอะไร....ก็ดีแล้ว......

 

 ยื่นกระป๋องโค้กให้ก่อนจะหันไปแกะขนมกินต่อ นัยน์ตาสีเพลิงจ้องร่างของพรายสาวไม่กระพริบ ขณะที่ร่างกายยังคงดำเนินกิจกรรมไปตามปรกติ เขายื่นถุงขนมไปให้คนที่เพิ่งปีนขึ้นมาบนแพ พลางยกยิ้มที่มุมปากทั้งที่ไม่ได้เหลือบมอง

"หนาวไหมครับ?"

 

 มือซีดยกกระป๋องโค้กขึ้นดื่มก่อนจะวางมันลงข้างๆ ตัว ลมที่โชยพัดเพียงเอื่อยๆ กลับสร้างความรู้สึกหนาวให้กับพ่อบ้านมาเฟียจนต้องมองหาเสื้อเครื่องแบบที่ถอดทิ้งไว้มาสวมใส่ให้คลายความหนาว

 ช่างเป็นเรื่องอันน่าเสียดาย เมื่อคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้านายได้เอาเสื้อที่ถูกวางทิ้งไว้เมื่อครู่มาเช็ดหน้าเช็ดผมที่เปียกไปเสียแล้ว คงเดชยิ้มให้กับอีกฝ่ายราวกับเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้

 

 

 ........ แกล้งกันชัดๆ....!

เสียงต่อว่าในใจที่ทาสคนหนึ่งไม่คิดจะเอ่ยออกมาดังขึ้นย้ำแล้วย้ำอีกว่าตนถูกกลั่นแกล้ง  ฟัวโก้เลือกที่จะเมินรอยยิ้มนั้นไป  มองยังเหตุการณ์ใต้พื้นน้ำพยายามจะลืมความรู้สึกหนาว

คงเดชหัวเราะในใจด้วยเสียงอันดังฟังชัด ก่อนจะเบนสายตามองไปลงยังใต้น้ำที่คลื่นเริ่มนิ่งสงบอีกครั้ง เขาหยิบเทียนออกมาเล่มนึงแล้วยื่นให้คนตรงหน้า พร้อมกับหยิบอาวุธประจำตัวขึ้นมา

"อย่าทำมันดับนะคุณ"

 

คนหนาวละสายตาจากท้องน้ำมายังปลายเทียน  ก่อนจะรับมาถือเอาไว้เงียบๆ

 

 "แหม ถ้าหนาวขนาดนี้มาก่อกองไฟผิงดีไหมครัฟ ฮะๆ"

คำพูดติดตลกดังขึ้นขณะที่คงเดชเริ่มจุดไฟกับเทียนเล่มเล็ก ดวงไฟเล็กๆกับลังเต้นระบำหยอกล้อไปกับสายลม หันไปยิ้มให้คนที่นั่งอยู่ข้างๆก่อนจะโยนไม้ขีดไฟให้ และไม่กี่อึดใจร่างสูงใหญ่ก็กระโจนลงน้ำ

 

 ร่างของเจ้านายที่กระแทกผิวน้ำทำให้คนเป็นทาสต้องระวังไม่ให้หยดน้ำที่สาดกระเซ็นมาถูกเปลวไฟ  ความร้อนจากเปลวเทียนพอจะช่วยระงับความหนาวลงไปได้มาก  แซฟไพร์น้ำเอกจับจ้องมองหาอีกร่างที่อยู่ใต้น้ำพร้อมกันนั้นก็ระวังไม่ได้เทียนดับตามคำสั่งของเจ้านาย

ห้วงน้ำสีขุ่นทำให้มองเห็นอะไรได้ไม่มาก จุดที่พวกเขาอยู่มันคงเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ เพราะยิ่งดำลึกลงไปมันยิ่งมืดมิดและไม่มีที่สิ้นสุด เขาต้องรีบทำเวลาเพราะเทียนระเบิดน้ำในมือก็เคยถูกใช้การมาหลายต่อหลายครั้งทำให้ตอนนี้มันสั้นกุด หากไม่รีบหาร่างของนางพรายให้เจอ คงเดชเพ่งสมาธิ ในห้วงของจิตใต้สำนึกเขาได้ยินเสียงเพรียกหามาใกล้ๆ ไม่รอช้าหมอผีรีบว่ายไแตามต้นเสียง ...นางพรายกำลังอ่อนแรง อุษาตกอยู่ในวงล้อมของจระเข้สามตัว

 

คงเดชกระตุกยิ้มให้ใจเงียบๆก่อนจะเรียกพรายรับใช้เก็บเข้ามาในไห

"น้ำสกปรกมากเลยจร๊ะ"

เสียงสุดท้ายที่ได้ยินบอกถึงสาเหตุที่นางอ่อนแรง ...คล้ายจะสร้างความหงุดหงิดให้เหล่าจระเข้ทั้งสาม หมอผีรีบหันหลังกลับแล้วว่ายกลับไปที่ตัวเเพ... และแน่นอนเหล่าจระเข้ก็ตามมาด้วย

 

 คนเป็นทาสมองอีกฝ่ายที่ว่ายกลับมาก่อนจะชักสีหน้าเมื่อเห็นของแถมอีกสามตัวว่ายตามหลัง

 

 กระโดดขึ้นเเพ ก่อนจะจับเหที่ทำจากสายสิจญ์เหวี่ยงลงไปยังใต้น้ำแล้วหันไปมองหน้าคนที่ติดตามมาด้วย

"อย่ากินแรงสิครัฟ ช่วยกันทำมาหากินบ้าง"

 คนที่นั่งนิ่งอยู่นานกระตุกยิ้ม

"ผมเห็นคุณกำลังสนุกก็ไม่อยากขัดจังหวะ" ว่าพลางหยิบดาบเล่มใหม่ที่ไม่เคยใช้แม้สักครั้งมาถือ

"เดิมทีทาส... ไม่มีคำสั่งเจ้านายไม่ควรทำอะไรโดยพละการนะครับ"

 

"มันเป็นข้ออ้างของคนขี้เกียจครับ ทาสที่ดีย่อมรู้หน้าที่โดยไม่ต้องสั่งการ"

 

คนขี้เกียจที่ว่าพยักหน้ารับเนิบช้าราวกับประชด

"ผมยังไม่อยากโดนข้อหาคิดแทนเจ้านาย" จบคำแล้วยิ้มให้เจ้านายเป็นกำลังใจ

"แล้ว... คุณจะเอายังไงกับคุณจระเข้ที่น่ารักล่ะครับ...?"

 

"จับเป็นสิครับ เอ้าเร็ว บอกเองว่าหนาว รีบทำรีบเสร็จจะได้กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า"

 

"คุณลงไปนานจนตัวผมจะแห้งอยู่แล้ว"

ถึงแม้จะไม่ได้เป็นจริงตามนั้นแก่การต่อปากต่อคำกับเจ้านายนับเป็นวิถีชีวิตที่ขาดไม่ได้ของพ่อบ้านหนุ่ม ฟัวโก้จุดไฟฟธาตุเรียกผีเสื้อออกมาในขณะที่จระเข้เริ่มจะจู่โจมแพให้คว่ำจากใต้น้ำ  ไพพิรุณถูกแผ่ออกครอบคลุมคนทั้งสองไว้ในระดับความเข้มข้นของการระงับที่เขากับเจ้านายจะปลอดภัยจากดาบเล่มใหม่ที่เพิ่งได้มา 

"สภาพมันยังดีอยู่เลยนะครับ...."

มือเรียวปลดดาบประดับลายผีเสื้อสีฟ้าออกก่อนจะกดสวิซที่ด้ามจับ  ตัวดาบเกิดแสงสีฟ้าเรืองโรจ์  แต่แสงนั้นทอออกได้เพียงไม่นาน  ฟัวโก้ทิ้งดาบลงสู่น้ำกระแสไฟฟ้าภายในดาบแล่นปลาบไปเป็นบริเวณกว้าง

ปลาเล็กปลาน้อยลอยผุดขึ้นมาเรื่อยๆ โชคยังดีที่จระเข้เป็นสัตว์ที่ผิวหนังหนา

"ของจีนแดงนี่มีประโยชน์เสมอเลยนะครับ"

คงเดชค่อยๆลากปลายแหมาผูกติดกับปลายแพเอาไว้

"เอา มั่วช้าอยู่ใย คุณก็พายเเพกลับไปเร็ว" หมอผีเริ่มหันไปเร่งเสียวิทยุให้ดังอีกครั้งพร้อมนอนเอกเขนกลงไปบนพื้นแพ โดยไม่ลืมเอาขาเเช่น้ำเล่นให้สบายใจไปตามทาง

 

"Yes, my Master"

น้ำเสียงกลั้วหัวเราะเอ่ยขึ้นมาเน้นทีละคำราวกับประชด  จระเข้ที่เพิ่งถูกช็อตด้วยกระแสไฟฟาแรงสูงนั่นพยุงตัวอยู่อย่างสงบด้วยการส่ายหางไปมา  หากมันแน่นิ่งจมลงสู้ก้นน้ำคงเป็นเรื่องยากที่จะพาจระเข้ที่หนักรวมกันเท่าช้างแอฟริกันกลับไปด้วยการพาย  บุรุษผมยาวก้มลงเก็บป้ายสินค้าที่ตกอยู่บนพื้นแพขึ้นมามองก่อนจะยิ้มบาง....

 

"MADE IN CHINA"

 

 .

.

.

.

.

 

 

 

 

 

 

THE END

 ____________________________________________

 

 

มาส่งงานให้ฟัวๆ ค่ะ  ดีใจมากที่งานนี้ส่งทัน... ดีใจมากจริงๆ ฮะๆ

งานนี้ทำกับแม่อาจารย์คงค่ะ  ทางนี้ไม่ได้ทำอะไรมากเลย  บรรยายยาวๆ ก็ของแม่หมอแหละหนา  มีแต่กลอนที่พอจะบอกว่าทางนี้ก็ตั้งใจเหมือนกันนะ orz ก็ปกติฟัวมันเงียบๆ นี่นา

ขอบพระคุณดาบจีนแดงของเจ๊เจ็ท.... /กราบ/ แบบนี้เลยเอาดาบนี้ลง EPW ไม่ได้เพราะมันช็อต ฮาาา

ทว่า.... อ.. ไอ้แพริ่งแดงๆ ของท่านนั่นมันอะไรน่ะ!! =A=

 

ปล. บางทีก็สงสัยว่าทำไมต้องน้ำเงินแดง

ปปล. ทำไมท่านต้องบรรยายว่าฟัวตัวเล็กตัวด้วยล่ะ....

ขอบพระคุณทุกท่านที่เป็นห่วงนะคะ ตอนนี้อะไรก็ดีขึ้นแล้ว

[EBW]Zefvarius Luxfieraljah Akathez la Borjier

posted on 08 Jan 2012 23:01 by enratius-aa
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
 
 
 
__________________________________________________
 
 
 
 
 
ชื่อเต็ม: Zefvarius Luxfieraljah Akathez la Borjier (เซฟาเรียส ลุกซ์เฟียรัลฌาห์ อคาเธส ลา บอร์เจีย)
แต่เจ้าตัวมักจะบอกคนที่เซ้าซี้ถามชื่อว่า  ชื่อ  Zephiros  (เซฟิรอส)
มีความหมายทั้งชื่อ  แต่เป็นความลับ(?)

สายเลือด: แวมไพร์ ที่เป็น Crusnik

ตำแหน่ง: แวมไพร์ทั่วไป

อายุ: 339 ปี

วันเกิด: 9 สิงหาคม

ธาตุ: น้ำ

สีตา/ผม: ตาสีฟ้าแซฟไฟร์  ผมสีดำสนิท

น้ำหนัก/ส่วนสูง: 66kg/182cm  

สิ่งที่ชอบ: ยาพิษ  ดาบยาว  ศพ... โดยเฉพาะศพของเด็กสาว  จันทร์เสี้ยวในคืนแรม  เลือดของแวมไพร์  มหาสมุทร  ม้าดีๆ (ต้องสีดำสนิท) ความเงียบ  กุหลาบน้ำเงิน  กุหลาบดำ  ไฮเดรนเยียร์  กางเขนกลับหัว
 
สิ่งที่เกลียด: แวมไพร์  ใครก็ตามที่เข้ามายุ่งกับตัวเองแล้วไล่ไม่ไป  คนไม่มีศักดิ์ศรี
สรรพนาม: ข้า-เจ้า เกือบทุกกรณี  นานๆ ทีจะเรียกใครว่า ท่าน
  
ข้อมูลส่วนตัว:
 
เซฟเกิดในตระกูลสูงของแวมไพร์สายเลือดบริสุทธ์พร้อมกับพี่ชายฝาแฝด  แต่เพราะพ่อและแม่ทีเป็นพาหะ
เซฟจึงเป็นแวมไพร์ที่เป็น ครูสนิก  คือแวมไพร์ที่มีชีวิตด้วยการดื่มเลือดของแวมไพร์ 
 
ทางตระกูลเห็นว่าเซฟเป็นอันตรายจึงจองจำเอาไว้กว่า 100 ปีจนกระทั่งเซฟคลุ้มคลั่งฆ่าล้างตระกูลตัวเอง 
มีแต่พี่ชายฝาแฝดที่หนีไปได้  ชีวิตหลังจากนั้นของเซฟคลุกคลีอยู่กับมนุษย์จนพบรักกับหญิงสาวคนหนึ่ง
 
เธอเป็นโรคร้ายที่รักษาไม่หาย  เพื่อจะอยู่ด้วยกันตลอดไป  เซฟจึงให้เธอดื่มเลือดของตนโดยไม่เคยรู้ว่าเลือดในร่างกายเป็นพิษ  หญิงคนรักคนนั้นอยู่ในสภาพหลับใหลนับแต่นั้นมา  เซฟไม่เชื่อว่าคนรักได้ตายไปแล้ว  จึงใช้ชีวิตอยู่เพื่อหาหนทางให้คนรักลืมตาขึ้นมาอีกครั้งให้ได้ 

ทุกวันนี้เซฟเป็นพ่อค้าเร่  ขายยาครอบจักรวาลชนิดที่รักษาได้ทุกอย่างยกเว้นพิษจากเลือดของตัวเอง แต่เจ้าตัวไม่ยอมขายให้ใครง่ายๆ นัก  มักปรากฎตัวพร้อมกับม้าอาหรับสีดำเทียมรถลากโลงศพซ้อนกัน 3 โลง
 
 พกเข็มพิษ  ของมีคมยิบย่อยมากมายก่ายกอง   ร่มด้ามไม้เท้าถ้าเคาะกับพื้นแล้วจะกลายเป็นดาบแก้ว 
 
 เป็นผู้ใช้น้ำและมีพลังในการฟื้นฟูเยียวยาเนื่องจากน้ำเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงชีวิต สามารถสร้างอาวุธได้ด้วยการเรียกมวลน้ำมาหล่อรวมเป็นร่าง  ปกติแล้วจะใช้น้ำสร้างเป็นดาบ

 - เป็นคนเงียบและนิ่ง  หยิ่งเกินกว่าจะทักใครก่อน
 - แต่ก็สนใจสาวน้อยเป็นบางกรณี
 - เป็นสิ่งมีชีวิตมืดมนเพราะมีปมในใจ
 - เนื่องจากเป็นครูสนิกจึงอยู่ได้ภายใต้แสง  ทนธาตุเงินได้ในระดับหนึ่ง  ของศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้กลัว  เนื่องจากสามารถยอมรับในพระเจ้าได้เพราะคลุกคลีกับมนุษย์  แต่เจ้าตัวค่อนข้างจะแพ้ไฟ
 - เป็นแวมไพร์  ที่มีอคติและเกลียดแวมไพร์  อีกทั้งเห็นแวมไพร์เป็นอาหารดีๆ นี่เอง
 - มีรอยสักรูปปีกสีดำขดๆ บนแผ่นหลัง  แผ่ออกมาเป็นปีกได้... แต่คงไม่มีใครได้เห็นสภาพนั้น
 - ถ้าได้พูด  จะวรรณศิลป์สูงและทำความเข้าใจยาก
 - กรอกพิษลงคอเป็นของว่าง  และเลือดเป็นพิษ  กินเลือดเซฟเข้าไปจะตายได้ทุกเผ่าพันธ์
 - เย็น หยิ่ง  นิ่ง เสะ(?) และหล่อมาก(?)
 - ไม่บอกชื่อตัวเองกับใครง่ายๆ ถ้าไว้ใจจะค่อยๆ บอกเริ่มจากชื่อปลอม  หรือไล่จากซื้อท้าย  มาจนเหลือคำว่า เซฟ
 - จีบได้....  แต่จีบยาก...      ..... มาก
 
 NL / BL ok
 เล่นได้ตั้งแต่ A ถึง C ตามแต่ว่าจะเข้าถึงตัวเซฟได้รึเปล่า
 
ems / twitter
 
 ______________________________________________________
 
ฝากลูกชายด้วยนะเจ้าคะ