Categories

[RMC] จระเข้ที่หายไปครับ

posted on 23 Jan 2012 21:43 by enratius-aa

 

vhเอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม

 

 

 
 
 ________________________________________________
 
 
 
Pairing : ไม่มี
 
 
Rate : ก็ไม่มี
 
 
 
 
 
(เป็นความจริงที่สุด!!!)
 

 .

.

.

.

.

.

 

 

 

 

 

 "................ คุณครับ........."

 

เสียงเรียกทำให้มือใหญ่ที่เหล่าไม้หยุดชะงัก เบนตากลับไปมองต้นเสียง คงเดชขมวดคิ้วสงสัยก่อนจะเลิกคิ้วเป็นคำถาม

"อะไรครับ?"

 

เจ้าของเสียงก้าวเข้ามาหาก่อนจะยื่นแผ่นกระดาษที่มีตราสัญลักษณ์ของวาเรียประทับให้

"ภารกิจ..."

 

 .....ขี้เกียจเหลือเกิน.....

หมอผีหน้าตาดีโอดครวญใจจิตใจก่อนจะส่งยิ้มแล้วเอื้อมมือจับกระดาษมาเปิดอ่าน...จระเข้หลุด..ต้องการจับเป็น เขาเอียงคอนั่งนึกแล้วส่งยิ้มอีกครั้ง

"เตรียมขาคุณไว้ให้ดีนะครัฟ" ปิดท้ายด้วยเสียงหัวเราะ ก่อนที่จะกวักมือเรียกบุรุษร่างผอมเกินชายให้ตามมา

 

 คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้ม "ถ้ามันจำเป็นจะต้องใช้และเป็นคำสั่งของคุณเจ้านายผมก็ยินดีครับ" จบคำฟัวโก้ ดิวิโน่ก็ก้าวตามผู้เป็นนายไปโดยไม่ลืมรักษาระยะห่างเอาไว้กว่าช่วงแขน

คงเดชก้าวเข้าไปในห้องเก็บของ เขาหยิบข้าวของที่..คิดว่าจำเป็นต้องใช้ออกมาหลายๆอย่างทั้งวิทยุ หูฟัง ขนมสองห่อ น้ำอัดลมสองกระป๋องเบียร์อีกห้าแล้วยัดมันใส่กระติกน้ำแข็ง ก่อนจะยื่นไปให้คนข้างหลัง แล้วควานหาของต่อไป

คนเป็นทาสลอบถอนหายใจกับ 'ของจำเป็น' ของเจ้านายเบาๆ พลางรับของมาถือไว้  ตาคู่สีห้วงน้ำสอดส่ายดูว่าเจ้านายจะเอา 'ของจำเป็น' แบบไหนออกมาอีก

 ผู้เป็นนายและสุดหล่อมากๆหยิบอาวุธประจำกายที่ไม่ค่อยได้ใช้ขึ้นมาด้วย มันคือกงจักรเก่าๆ ถือมันอย่างระมัดระวังพร้อมกับหยิบเทียนสองเล่มใส่กระเป๋าเสื้อโดยไม่ลืมคว้ากระปุกยาสลบไปด้วย

"เอ้า รีบๆตามมานะครัฟ"

พูดจบก็เดินนำออกไป...... น้ำขึ้นสูงมาเรื่อยๆมันท่วมมิดจนไม่เห็นพื้นดิน ต้นไม้หลายต้นเริ่มตายเพราะรากน้ำ คงเดชค่อยๆเอาแพไม้ผุๆหลังบ้านออกมาลอยแล้วกระโดดขึ้นไป เขาตบมือข้างๆตัว

"เอาของมาวางไว้ตรงน้ีสิครัฟ ส่วนคุณก็เข็นมันไป สักประมาณครึ่งเอวแล้วค่อยขึ้นมา" บุรุษหน้าตาดียิ้มอ่อนโยนให้คนตรงหน้าพร้อมกับหัวเราะเบาๆ

 

 ฟัวโก้รับคำสั่งนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย  บุรุษผมยาววางของลงที่ข้างตัวเจ้านายพร้อมกับดาบเล่มใหม่ที่เขาเพิ่งจะได้มาไม่นาน  จากนั้นก็ทิ้งตัวลงสู่น้ำออกแรงเข็นแพออกไปในระยะที่เจ้านายกำหนด

 มือใหญ่เอื้อมไปเปิดวิทยุแล้วเริ่มปรับเสาอากาศก่อนจะจูนหาคลื่นไม่ช้าเขาก็พบสถานีที่เขาชื่นชอบ เร่งระดับเสียงให้เพลงหมอลำดังขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับเปิดกระติกน้ำเอาน้ำอัดลมออกมาดื่ม พลันปรายดามองข้าทาสที่ทำงานอย่างซื่อสัตย์

"ขึ้นมาได้แล้วครับ"

  

แม้ว่าจะรู้สึกขัดใจในทุกๆ คำสั่ง  แต่คนเป็นทาสก็เพียงแต่ปรายตามองเท่านั้น  ฟัวโก้พยุงตัวเองขึ้นจากน้ำนั่งลงตรงที่ว่างบนแพ  เหยียบอารมณ์ขุ่นมัวให้จมหายไปสายน้ำ

"เราจะรู้ได้ยังไงครับ... ว่าตัวไหนเป็นจระเข้ของวาเรีย... ตัวไหนไม่ใช่...?"

"อ่าาา นั้นสิน้าา"

คำถามที่ชวนให้ขมวดคิ้วสงสัย ก่อนที่คงเดชจะค้นพบว่าคำตอบคือ

....ปี๊บ(เซนเซอร์คำหยาบ)ก็ไม่รู้เหมือนกัน....

เขายิ้มเมื่อหาคำตอบไม่ได้พร้อมกับตบบ่าๆอีกฝ่ายเชิงว่าอย่าคิดมาก

"จับตัวไหนได้ก็เอากลับๆไปเหอะครับ ดีเสียอีกวาเรียจะได้มีจระเข้เพิ่มขึ้นแบบไม่ต้องเสียเงิน ฮะๆ"

ตามด้วยน้ำเสียงหัวเราะเฉกเช่นปรกติทุกครั้ง...คลื่นน้ำนิ่งสงบ ไร้วี่แววสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ หมอผีหนุ่มแอบขัดใจ เพราะนี่มันล่วงเลยเวลานอนยามบ่ายมานานเกินไปแล้ว เขาเริ่มหยิบกระปุกสารพิษออกมาจากกระเป๋าเสื้อ คว้าเรียวขาของคนตรงข้ามมาโดยไม่บอกไม่กล่าว ดึงรองเท้าออกไปให้พ้นทางแล้วถลกขากางเกงขึ้น ป้ายยาลงไปตามเรียวขา

"เดี๋ยวคุณเอาขาลงไปแช่น้ำเล่นนะครับ...ออ แล้วก็เขาสั่งให้จับเป็น นี่เป็นสารพิษอันตราย ถ้าเกิดจระเข้มันงับขาคุณไปกินเดี๋ยวมันตาย..คิดว่าคุณคงเข้าใจที่พูดนะครับ"

ยิ้มให้อีกครั้งแล้วบิดขี้เกียจอีกสองสามที คงเดชล้มตัวนอนลงบนตักที่ว่างของคนที่ขึ้นชื่อว่าทาส หลับตานอนรอต่อไป

บุรุษหน้าตาหล่อเหลาคมคายประหนึ่งเซเลปหรุบตาลงมองคนบนตัก  ตาคู่สีฟ้ากลอกไปมาก่อนจะถอนหายใจ
 
"ถ้ามันลากขาผมลงไป  แน่นอนว่าผมจะดึงคุณลงไปด้วย"

จบคำก็แกล้งชันขาข้างที่ถูกทาสารพิษขึ้นจนกระเทือนคนบนตักแล้วหย่อนมันลงไป ในน้ำเย็นเยียบ

 คงเดชทำแค่หัวเราะในลำคอเบาๆแล้วแสร้งยกมือทาบอกตกใจเท่านั้น....ผ่านไป สิบนาทีน้ำยังคงนิ่ง เขาลอบถอนหายใจเหนือยหนาย ทั้งที่ให้คนเอาขาจุ่มน้ำล่อก็แล้ว จระเข้ยังไม่โผล่มาสักตัว หมอผีตัดสินใจหยิบไหเล็กๆออกมาแล้วเปิดยันต์ที่แปะไว้ออก คลื่นน้ำก่อตัวเป็นฟองน้อยๆก่อนสีฟ้าใสที่เจือด้วยควันสีดำจางๆจะพุ่งตัวออก มาจากไห พรายเลี้ยงที่บัดนี้ดวงตาเป็นสีแดงก่ำจากมนต์สะกด นางสบตากับผู้เป็นเจ้าของเล็กน้อยก่อนจะดำดิ่งลงไปยังห้วงน้ำหายไป

 

"แบบนี้.... ผมคงเอาขาขึ้นจากน้ำได้แล้ว...?"

 

 

"ตามใจ"

 

 

นับว่าเป็นคำอนุญาต  ขาที่อาบทาด้วยสารพิษถูกยกขึ้นมาจากน้ำรวดเร็วราวกับจงใจให้คนนอนตักเลื่อนหล่นไปจากหน้าขา

 

เป็นตามประสงค์ของอีกฝ่ายเมื่อศรีษะของผู้เป็นนายกลิ้งตกลงไป พร้อมๆกับร่างใหญ่....กลิ้งหายลงไปในน้ำ

 

"!!? คุณ...!?"


ความตกใจพลันเข้ามาแทนที่ทุกมโนความคิด  เมื่อมองลึกลงไปใต้ผืนน้ำไม่เห็นร่างของเจ้านาย

..... จมน้ำ....?

.....  เป็นไปไม่ได้....

.....  แล้ว... ถ้าใช่ล่ะ...?

ถึงแม้จะไม่ได้เทิดทูนบูชา  ทว่าเขาเองไม่ได้อยากจะได้ชื่อว่าเป็นทาสที่คร่าชีวิตเจ้านาย  หากร่างที่จมหายไปนั้นตาย.. ศักดิ์ศรีของเขาจะอยู่ที่ไหนกัน!?  ไวเท่าความคิด  บุรุษผมยาวตัดสินใจถอดเสื้อเครื่องแบบหนาหนักออกกระโดดลงสู่ผืนน้ำแหวกว่ายหาร่างที่จมหายไปก่อนหน้านี้

วิทยุยังคงส่งเสียงเพลงออกมาเรื่อยๆตลอดช่วงบ่าย แผ่นน้ำที่เป็นคลื่นฟองบัดนี้เงียบสนิทอีกครั้ง เหลือไว้แค่แพลำน้อยที่ยังคงลอยคอ ....

อากาศเหลือน้อยลงเต็มที  ฟัวโก้ที่ยังไม่พบแม้เงาของเจ้านายโผล่พ้นผิวน้ำเพื่อตักตวงอากาศเข้าสู่ปอด  ร่างโปร่งหอบหายใจเหน็ดเหนื่อยจากการดำน้ำเป็นระยะเวลานานโดยไม่ได้พัก  ชั่วครู่หนึ่งที่ดวงตาสีฟ้ามองไปรอบๆ ด้วยหวังว่าจะพบเจ้านายที่ขึ้นจากน้ำจากปลอดภัยอยู่ที่ไหนสักที่  พลันร่างที่อยู่เบื้องใต้ก็รู้สึกถึงบางอย่างที่เคลื่อนตัวผ่านรวดเร็วจนผิวน้ำสะเทือนไหว

 

 

 

 

 

คระครั่นครื้นเกลียวคลื่นถโถมถา

ชลนาวารีสะเทือนไหว

กุมภิราชฟาดหางระวิงไว

หมายนางพรายศาตร์ไสย์อวิชชา

นางพรายน้ำนามอุษาถลาหลบ

กุมภีร์รบโรมรันถลันหา

ฝ่ายนางพรายว่ายวนเป็นพ้นมา

สาคราป่วนปั่นครั่นครื้นฟอง

 

 

 

 

 

 

 

พื้นน้ำปั่นป่วนผิดวิสัย  ร่างที่พยุงตัวเหนื่อน้ำรีบออกว่ายตรงไปยังแพที่ลอยลำอยู่ไม่ไกล  สองแขนเกาะเกี่ยวแพที่สั่นไหวตามแรงสะเทือนของน้ำเอาไว้  สองตาสอดส่ายมองหาเจ้านายอย่างกระวนวายใจ

 

"อ่ะ โค้กเย็นๆ หรือจะเอาเป็นเบียร์ก็ได้นะครัฟ"

 

คงเดชยื่นกระป๋องโค้กให้ร่างที่เปียกน้ำ เมื่อครู่เขารู้สึกร้อนทั้งกายและใจเนื่องจากอากาศยามบ่ายและการนั่งรอจระเข้ ใจที่เย็นเป็นน้ำมันจึงกลายเป็นน้ำเดือด และด้วยความอินดี้ เขาเลยกลิ้งลงไปแช่น้ำเล่นแค่นั้นเอง

 

"..... ค.. คุณ..."

ใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำหันขวับไปยังต้นเสียง  คิ้วเข้มขมวดมุ่นอย่างไม่พอใจ รู้สึกจะอยากจะก่นด่าเจ้านายที่ทำให้เขาตกใจ  แต่แล้วฟัวโก้ก็เพียงแค่ถอนหายใจออกมาเบาๆ

"......... โค้กครับ"

ร่างที่ยังอยู่ในน้ำค่อยๆ พยุงตัวขึ้นบนแพพลางคิดบางอย่างในใจ

....... ไม่เป็นอะไร....ก็ดีแล้ว......

 

 ยื่นกระป๋องโค้กให้ก่อนจะหันไปแกะขนมกินต่อ นัยน์ตาสีเพลิงจ้องร่างของพรายสาวไม่กระพริบ ขณะที่ร่างกายยังคงดำเนินกิจกรรมไปตามปรกติ เขายื่นถุงขนมไปให้คนที่เพิ่งปีนขึ้นมาบนแพ พลางยกยิ้มที่มุมปากทั้งที่ไม่ได้เหลือบมอง

"หนาวไหมครับ?"

 

 มือซีดยกกระป๋องโค้กขึ้นดื่มก่อนจะวางมันลงข้างๆ ตัว ลมที่โชยพัดเพียงเอื่อยๆ กลับสร้างความรู้สึกหนาวให้กับพ่อบ้านมาเฟียจนต้องมองหาเสื้อเครื่องแบบที่ถอดทิ้งไว้มาสวมใส่ให้คลายความหนาว

 ช่างเป็นเรื่องอันน่าเสียดาย เมื่อคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้านายได้เอาเสื้อที่ถูกวางทิ้งไว้เมื่อครู่มาเช็ดหน้าเช็ดผมที่เปียกไปเสียแล้ว คงเดชยิ้มให้กับอีกฝ่ายราวกับเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้

 

 

 ........ แกล้งกันชัดๆ....!

เสียงต่อว่าในใจที่ทาสคนหนึ่งไม่คิดจะเอ่ยออกมาดังขึ้นย้ำแล้วย้ำอีกว่าตนถูกกลั่นแกล้ง  ฟัวโก้เลือกที่จะเมินรอยยิ้มนั้นไป  มองยังเหตุการณ์ใต้พื้นน้ำพยายามจะลืมความรู้สึกหนาว

คงเดชหัวเราะในใจด้วยเสียงอันดังฟังชัด ก่อนจะเบนสายตามองไปลงยังใต้น้ำที่คลื่นเริ่มนิ่งสงบอีกครั้ง เขาหยิบเทียนออกมาเล่มนึงแล้วยื่นให้คนตรงหน้า พร้อมกับหยิบอาวุธประจำตัวขึ้นมา

"อย่าทำมันดับนะคุณ"

 

คนหนาวละสายตาจากท้องน้ำมายังปลายเทียน  ก่อนจะรับมาถือเอาไว้เงียบๆ

 

 "แหม ถ้าหนาวขนาดนี้มาก่อกองไฟผิงดีไหมครัฟ ฮะๆ"

คำพูดติดตลกดังขึ้นขณะที่คงเดชเริ่มจุดไฟกับเทียนเล่มเล็ก ดวงไฟเล็กๆกับลังเต้นระบำหยอกล้อไปกับสายลม หันไปยิ้มให้คนที่นั่งอยู่ข้างๆก่อนจะโยนไม้ขีดไฟให้ และไม่กี่อึดใจร่างสูงใหญ่ก็กระโจนลงน้ำ

 

 ร่างของเจ้านายที่กระแทกผิวน้ำทำให้คนเป็นทาสต้องระวังไม่ให้หยดน้ำที่สาดกระเซ็นมาถูกเปลวไฟ  ความร้อนจากเปลวเทียนพอจะช่วยระงับความหนาวลงไปได้มาก  แซฟไพร์น้ำเอกจับจ้องมองหาอีกร่างที่อยู่ใต้น้ำพร้อมกันนั้นก็ระวังไม่ได้เทียนดับตามคำสั่งของเจ้านาย

ห้วงน้ำสีขุ่นทำให้มองเห็นอะไรได้ไม่มาก จุดที่พวกเขาอยู่มันคงเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ เพราะยิ่งดำลึกลงไปมันยิ่งมืดมิดและไม่มีที่สิ้นสุด เขาต้องรีบทำเวลาเพราะเทียนระเบิดน้ำในมือก็เคยถูกใช้การมาหลายต่อหลายครั้งทำให้ตอนนี้มันสั้นกุด หากไม่รีบหาร่างของนางพรายให้เจอ คงเดชเพ่งสมาธิ ในห้วงของจิตใต้สำนึกเขาได้ยินเสียงเพรียกหามาใกล้ๆ ไม่รอช้าหมอผีรีบว่ายไแตามต้นเสียง ...นางพรายกำลังอ่อนแรง อุษาตกอยู่ในวงล้อมของจระเข้สามตัว

 

คงเดชกระตุกยิ้มให้ใจเงียบๆก่อนจะเรียกพรายรับใช้เก็บเข้ามาในไห

"น้ำสกปรกมากเลยจร๊ะ"

เสียงสุดท้ายที่ได้ยินบอกถึงสาเหตุที่นางอ่อนแรง ...คล้ายจะสร้างความหงุดหงิดให้เหล่าจระเข้ทั้งสาม หมอผีรีบหันหลังกลับแล้วว่ายกลับไปที่ตัวเเพ... และแน่นอนเหล่าจระเข้ก็ตามมาด้วย

 

 คนเป็นทาสมองอีกฝ่ายที่ว่ายกลับมาก่อนจะชักสีหน้าเมื่อเห็นของแถมอีกสามตัวว่ายตามหลัง

 

 กระโดดขึ้นเเพ ก่อนจะจับเหที่ทำจากสายสิจญ์เหวี่ยงลงไปยังใต้น้ำแล้วหันไปมองหน้าคนที่ติดตามมาด้วย

"อย่ากินแรงสิครัฟ ช่วยกันทำมาหากินบ้าง"

 คนที่นั่งนิ่งอยู่นานกระตุกยิ้ม

"ผมเห็นคุณกำลังสนุกก็ไม่อยากขัดจังหวะ" ว่าพลางหยิบดาบเล่มใหม่ที่ไม่เคยใช้แม้สักครั้งมาถือ

"เดิมทีทาส... ไม่มีคำสั่งเจ้านายไม่ควรทำอะไรโดยพละการนะครับ"

 

"มันเป็นข้ออ้างของคนขี้เกียจครับ ทาสที่ดีย่อมรู้หน้าที่โดยไม่ต้องสั่งการ"

 

คนขี้เกียจที่ว่าพยักหน้ารับเนิบช้าราวกับประชด

"ผมยังไม่อยากโดนข้อหาคิดแทนเจ้านาย" จบคำแล้วยิ้มให้เจ้านายเป็นกำลังใจ

"แล้ว... คุณจะเอายังไงกับคุณจระเข้ที่น่ารักล่ะครับ...?"

 

"จับเป็นสิครับ เอ้าเร็ว บอกเองว่าหนาว รีบทำรีบเสร็จจะได้กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า"

 

"คุณลงไปนานจนตัวผมจะแห้งอยู่แล้ว"

ถึงแม้จะไม่ได้เป็นจริงตามนั้นแก่การต่อปากต่อคำกับเจ้านายนับเป็นวิถีชีวิตที่ขาดไม่ได้ของพ่อบ้านหนุ่ม ฟัวโก้จุดไฟฟธาตุเรียกผีเสื้อออกมาในขณะที่จระเข้เริ่มจะจู่โจมแพให้คว่ำจากใต้น้ำ  ไพพิรุณถูกแผ่ออกครอบคลุมคนทั้งสองไว้ในระดับความเข้มข้นของการระงับที่เขากับเจ้านายจะปลอดภัยจากดาบเล่มใหม่ที่เพิ่งได้มา 

"สภาพมันยังดีอยู่เลยนะครับ...."

มือเรียวปลดดาบประดับลายผีเสื้อสีฟ้าออกก่อนจะกดสวิซที่ด้ามจับ  ตัวดาบเกิดแสงสีฟ้าเรืองโรจ์  แต่แสงนั้นทอออกได้เพียงไม่นาน  ฟัวโก้ทิ้งดาบลงสู่น้ำกระแสไฟฟ้าภายในดาบแล่นปลาบไปเป็นบริเวณกว้าง

ปลาเล็กปลาน้อยลอยผุดขึ้นมาเรื่อยๆ โชคยังดีที่จระเข้เป็นสัตว์ที่ผิวหนังหนา

"ของจีนแดงนี่มีประโยชน์เสมอเลยนะครับ"

คงเดชค่อยๆลากปลายแหมาผูกติดกับปลายแพเอาไว้

"เอา มั่วช้าอยู่ใย คุณก็พายเเพกลับไปเร็ว" หมอผีเริ่มหันไปเร่งเสียวิทยุให้ดังอีกครั้งพร้อมนอนเอกเขนกลงไปบนพื้นแพ โดยไม่ลืมเอาขาเเช่น้ำเล่นให้สบายใจไปตามทาง

 

"Yes, my Master"

น้ำเสียงกลั้วหัวเราะเอ่ยขึ้นมาเน้นทีละคำราวกับประชด  จระเข้ที่เพิ่งถูกช็อตด้วยกระแสไฟฟาแรงสูงนั่นพยุงตัวอยู่อย่างสงบด้วยการส่ายหางไปมา  หากมันแน่นิ่งจมลงสู้ก้นน้ำคงเป็นเรื่องยากที่จะพาจระเข้ที่หนักรวมกันเท่าช้างแอฟริกันกลับไปด้วยการพาย  บุรุษผมยาวก้มลงเก็บป้ายสินค้าที่ตกอยู่บนพื้นแพขึ้นมามองก่อนจะยิ้มบาง....

 

"MADE IN CHINA"

 

 .

.

.

.

.

 

 

 

 

 

 

THE END

 ____________________________________________

 

 

มาส่งงานให้ฟัวๆ ค่ะ  ดีใจมากที่งานนี้ส่งทัน... ดีใจมากจริงๆ ฮะๆ

งานนี้ทำกับแม่อาจารย์คงค่ะ  ทางนี้ไม่ได้ทำอะไรมากเลย  บรรยายยาวๆ ก็ของแม่หมอแหละหนา  มีแต่กลอนที่พอจะบอกว่าทางนี้ก็ตั้งใจเหมือนกันนะ orz ก็ปกติฟัวมันเงียบๆ นี่นา

ขอบพระคุณดาบจีนแดงของเจ๊เจ็ท.... /กราบ/ แบบนี้เลยเอาดาบนี้ลง EPW ไม่ได้เพราะมันช็อต ฮาาา

ทว่า.... อ.. ไอ้แพริ่งแดงๆ ของท่านนั่นมันอะไรน่ะ!! =A=

 

ปล. บางทีก็สงสัยว่าทำไมต้องน้ำเงินแดง

ปปล. ทำไมท่านต้องบรรยายว่าฟัวตัวเล็กตัวด้วยล่ะ....

ขอบพระคุณทุกท่านที่เป็นห่วงนะคะ ตอนนี้อะไรก็ดีขึ้นแล้ว

[EBW]Zefvarius Luxfieraljah Akathez la Borjier

posted on 08 Jan 2012 23:01 by enratius-aa
 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
 
 
 
__________________________________________________
 
 
 
 
 
ชื่อเต็ม: Zefvarius Luxfieraljah Akathez la Borjier (เซฟาเรียส ลุกซ์เฟียรัลฌาห์ อคาเธส ลา บอร์เจีย)
แต่เจ้าตัวมักจะบอกคนที่เซ้าซี้ถามชื่อว่า  ชื่อ  Zephiros  (เซฟิรอส)
มีความหมายทั้งชื่อ  แต่เป็นความลับ(?)

สายเลือด: แวมไพร์ ที่เป็น Crusnik

ตำแหน่ง: แวมไพร์ทั่วไป

อายุ: 339 ปี

วันเกิด: 9 สิงหาคม

ธาตุ: น้ำ

สีตา/ผม: ตาสีฟ้าแซฟไฟร์  ผมสีดำสนิท

น้ำหนัก/ส่วนสูง: 66kg/182cm  

สิ่งที่ชอบ: ยาพิษ  ดาบยาว  ศพ... โดยเฉพาะศพของเด็กสาว  จันทร์เสี้ยวในคืนแรม  เลือดของแวมไพร์  มหาสมุทร  ม้าดีๆ (ต้องสีดำสนิท) ความเงียบ  กุหลาบน้ำเงิน  กุหลาบดำ  ไฮเดรนเยียร์  กางเขนกลับหัว
 
สิ่งที่เกลียด: แวมไพร์  ใครก็ตามที่เข้ามายุ่งกับตัวเองแล้วไล่ไม่ไป  คนไม่มีศักดิ์ศรี
สรรพนาม: ข้า-เจ้า เกือบทุกกรณี  นานๆ ทีจะเรียกใครว่า ท่าน
  
ข้อมูลส่วนตัว:
 
เซฟเกิดในตระกูลสูงของแวมไพร์สายเลือดบริสุทธ์พร้อมกับพี่ชายฝาแฝด  แต่เพราะพ่อและแม่ทีเป็นพาหะ
เซฟจึงเป็นแวมไพร์ที่เป็น ครูสนิก  คือแวมไพร์ที่มีชีวิตด้วยการดื่มเลือดของแวมไพร์ 
 
ทางตระกูลเห็นว่าเซฟเป็นอันตรายจึงจองจำเอาไว้กว่า 100 ปีจนกระทั่งเซฟคลุ้มคลั่งฆ่าล้างตระกูลตัวเอง 
มีแต่พี่ชายฝาแฝดที่หนีไปได้  ชีวิตหลังจากนั้นของเซฟคลุกคลีอยู่กับมนุษย์จนพบรักกับหญิงสาวคนหนึ่ง
 
เธอเป็นโรคร้ายที่รักษาไม่หาย  เพื่อจะอยู่ด้วยกันตลอดไป  เซฟจึงให้เธอดื่มเลือดของตนโดยไม่เคยรู้ว่าเลือดในร่างกายเป็นพิษ  หญิงคนรักคนนั้นอยู่ในสภาพหลับใหลนับแต่นั้นมา  เซฟไม่เชื่อว่าคนรักได้ตายไปแล้ว  จึงใช้ชีวิตอยู่เพื่อหาหนทางให้คนรักลืมตาขึ้นมาอีกครั้งให้ได้ 

ทุกวันนี้เซฟเป็นพ่อค้าเร่  ขายยาครอบจักรวาลชนิดที่รักษาได้ทุกอย่างยกเว้นพิษจากเลือดของตัวเอง แต่เจ้าตัวไม่ยอมขายให้ใครง่ายๆ นัก  มักปรากฎตัวพร้อมกับม้าอาหรับสีดำเทียมรถลากโลงศพซ้อนกัน 3 โลง
 
 พกเข็มพิษ  ของมีคมยิบย่อยมากมายก่ายกอง   ร่มด้ามไม้เท้าถ้าเคาะกับพื้นแล้วจะกลายเป็นดาบแก้ว 
 
 เป็นผู้ใช้น้ำและมีพลังในการฟื้นฟูเยียวยาเนื่องจากน้ำเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงชีวิต สามารถสร้างอาวุธได้ด้วยการเรียกมวลน้ำมาหล่อรวมเป็นร่าง  ปกติแล้วจะใช้น้ำสร้างเป็นดาบ

 - เป็นคนเงียบและนิ่ง  หยิ่งเกินกว่าจะทักใครก่อน
 - แต่ก็สนใจสาวน้อยเป็นบางกรณี
 - เป็นสิ่งมีชีวิตมืดมนเพราะมีปมในใจ
 - เนื่องจากเป็นครูสนิกจึงอยู่ได้ภายใต้แสง  ทนธาตุเงินได้ในระดับหนึ่ง  ของศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้กลัว  เนื่องจากสามารถยอมรับในพระเจ้าได้เพราะคลุกคลีกับมนุษย์  แต่เจ้าตัวค่อนข้างจะแพ้ไฟ
 - เป็นแวมไพร์  ที่มีอคติและเกลียดแวมไพร์  อีกทั้งเห็นแวมไพร์เป็นอาหารดีๆ นี่เอง
 - มีรอยสักรูปปีกสีดำขดๆ บนแผ่นหลัง  แผ่ออกมาเป็นปีกได้... แต่คงไม่มีใครได้เห็นสภาพนั้น
 - ถ้าได้พูด  จะวรรณศิลป์สูงและทำความเข้าใจยาก
 - กรอกพิษลงคอเป็นของว่าง  และเลือดเป็นพิษ  กินเลือดเซฟเข้าไปจะตายได้ทุกเผ่าพันธ์
 - เย็น หยิ่ง  นิ่ง เสะ(?) และหล่อมาก(?)
 - ไม่บอกชื่อตัวเองกับใครง่ายๆ ถ้าไว้ใจจะค่อยๆ บอกเริ่มจากชื่อปลอม  หรือไล่จากซื้อท้าย  มาจนเหลือคำว่า เซฟ
 - จีบได้....  แต่จีบยาก...      ..... มาก
 
 NL / BL ok
 เล่นได้ตั้งแต่ A ถึง C ตามแต่ว่าจะเข้าถึงตัวเซฟได้รึเปล่า
 
ems / twitter
 
 ______________________________________________________
 
ฝากลูกชายด้วยนะเจ้าคะ

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม

 

และ




 

 

 

I. ความสามารถในการต่อสู้ของตัวละคร

 

 

ชื่อ: Fuoco Divino   

ไฟธาตุ: พิรุณ

แหวน: แหวนพิรุณเกรด B 2 วง 

อาวุธ:

ดาบยาว  : รูปร่างเป็นทรงดาบยุโรปปกติทั่วไป  เป็นคนละเล่มกับ Akathezia ที่อยู่ในโปรไฟล์  ดาบเล่มนี้เจ้าตัวสั่งทำขึ้นใหม่เมื่อตอนไปเมืองไทย  ตัวดาบยาว 95 เซนติเมตร  ตีจากแร่เหล็กน้ำพี้ผสมด้วยโลหะสังขวานร  มีความทนทานพิเศษ  และเจ้าตัวไม่หวง.. ใช้เต็มที่มากกว่าดาบเล่มเก่า

ในกรณีที่จุดไฟพิรุณอาบย้อมตัวดาบ  เหยื่อที่ถูกตัวดาบโดยตรงจะไม่รู้สึกเจ็บปวด... ไม่มีความรู้สึกว่าโดนโจมตี  แต่จะเสียเลือดและมีบาดแผลตามปกติ 

 

เข็มพิษ : ฟัวเกิดในตระกูลใช้พิษและมีเข็มพิษพกไว้ติดตัวเป็นจำนวนมาก  ความคมเป็นปกติไม่มีการเจาะทะลุอะไรพิเศษ  แต่พิษของเข็มจะทำให้เหยื่อเกิดสภาวะ deaden คือไม่รู้ไม่มีความรู้สึก  และเริ่มควบคุมประสาทสัมผัสต่างๆ ไม่ได้ 

 

เข็มกลัด  ที่รัดผม  รองเท้า  : เป็นอาวุธจิปาถะใช้ตามสถานะการณ์

 

วิธีการต่อสู้:

ปกติใช้ดาบควบคู่กับไฟพิรุณ  เพลงดาบของฟัวไม่ได้มีความซับซ้อนแต่อาศัยความรวดเร็วคล่องตัว  หากสปีดของฟัวเร็วมากผิดปกตินั่นหมายความว่าเป็นทางคู่ต่อสู้เองที่ช้าลงเพราะไฟพิรุณ  หลีกเลี่ยงการต่อสู้มือเปล่าในกรณีที่ไม่มีอาวุธเนื่องจากรู้ว่าตัวเองแรงน้อย  หากความเร็วตกจะเสียเปรียบมหาศาล  แต่หากต้องเข้าประชิดตัวจริงๆ เข็มพิษจะเป็นทางเลือกต่อมา

 

 EDIT : ตัดเรื่องเลือดออกเฉพาะกิจ EPW


 

 

II. ความสามารถของอาวุธกล่อง

 

กล่อง:  Farfalla Di Pioggia (ผีเสื้อคู่พิรุณ)

 

Leggera (แปลว่า แสง)  เป็นผีเสื้อพิษป่าฝน  Blue Morpho

 

Scura (แปลว่า เงา)  ผีเสื้อพิษป่าฝน  pipevine swallowtail

แต่เพราะเป็นอาวุธกล่อง  พิษจึงรุนแรงกว่าปกติคือมีผลกับมนุษย์

 

 

ความเร็ว : คามเร็วในการหลบหลีกสูงเพราะจุดอ่อนในเรื่องของความทนทานและขนาด  แต่เคลื่อนไหวได้เร็วที่สุดได้เท่ากับการบินของนก [4]

ขนาด : ขนาดเล็กตามปกติของผีเสื้อตัวไป  *ตัวละหนึ่งฝ่ามือได้...* [0]

ท่าไม้ตาย : [5]

‘คืนสีคราม’  ผีเสื้อทั้งสองตัวจะบินขึ้นสูงในระยะห่างที่ครอบคลุมบริเวณที่มีการต่อสู่  แล้วแผ่ไฟพิรุณออกมาเป็นแอเรีย (ผีเสื้อหนึ่งตัวแผ่แอเรียในรัศมีได้ 25 เมตร *คือผีเสื้อเป็นจุดกึ่งกลาง  เส้นผ่าศูนย์กลาง 50 เมตร*  ส่วนที่รัศมีของผีเสื้อทับซ้อนกันจะมีความเข้มข้นมากกว่าปกติ  ระยะห่างของผีเสื้อทั้งสองตัวจึงมีผลของความเข้มข้นของไฟพิรุณ) พร้อมกับปล่อยละอองที่มากกว่าปกติ  นอกจจากระอองจะเป็นพิษแล้ววัตถุที่ถูกไฟพิรุณจะค่อยๆ เคลื่อนไหวช้าลง 

*ไม่มีการเลือกเฉพาะส่วนว่าเป็นมิตรหรือศัตรู  การใช้ไฟชะลอความเคลื่อนไหวมีผลต่อการเคลื่อนที่ของแก๊ส  ของเหลวและของแข็ง  ไม่นับรวมไฟธาต  ในกรณีที่ไม่มีการขัดขวางใดๆ ไฟจะทำให้การเคลื่อนไหว  ช้าลง.... ช้าลงเรื่อยๆ  เรื่อยๆ  จนครบระยะเวลา 10 นาที*

*หากมีการใช้ไฟอรุณหักล้างแต่เป็นในระดับที่ต่ำกว่า  ผลของไฟพิรุณจะช้าลงแต่ไม่หยุดไปจนกว่าจะจัดการกับตัวผีเสื้อ*

 

ทนทาน : เปราะบางสมกับเป็นผีเสื้อ  [0]

ความฉลาด : มีไหวพริบในระดับทสามารถเข้าใจสัญญาณอันน้อยนิดของฟัวได้ [2]

นิสัย : คิดถึงแต่หน้าที่และเจ้านายเท่านั้น  ไม่ได้เป็นมิตรเลยสักนิด  นอกจากกับคนที่เจ้านายสนิทหรือรัก [0]

พลังโจมตี : มีผลทันทีและเป็นระยะเวลานาน  สำหรับท่าไม้ตายหากไม่ถูกขัดขวางจะมีผลเป็นเวลา 7-10 นาที [3]

 
เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
 


และ
 
 

I. ความสามารถในการต่อสู้ของตัวละคร

 

 

 

ชื่อ : Kyrie Eleison   

ไฟธาตุ: วายุ

แหวน: แหวนวายุเกรด  B 1 วง

อาวุธ:

อาวุธสงครามปกติ ดาษๆ ทั่วๆ ไป

ปืนพก Beretta 92 จำนวน 2 กระบอก   ใช้กระสุน 9x21 MM. บรรจุกระสุนกระบอกละ  15 นัด  พกติดขาใต้กระโปรง

 

ปืนไรเฟิลจู่โจมแบบอัตโนมัติของรัสเซีย   ใช้กระสุน  5.45mm บรรจุหนึ่งแม็กได้ 30 นัด  สามารถยิงได้ต่อเนือง 650 นัดต่อนาที

 

ปืน STEYR AUG เป็นปืนเล็กยาวของประเทศออสเตรีย  แม็กกาซีนเป็นแบบเรียงเหลื่อมบรรจุลูกขนาด 5.56 x 45 มม. NATO หรือ .223 ได้ 42 นัด

 

 

 

 

 

AI Tornado Airsoft Grenade Hand Grenade

อัตราการทำลายล้าง 380 องศาเป็นระเบิดมือที่ไม่ต้องตามเก็บชิ้นส่วน  ระบบการทำงานด้วยแกส Green Gas

บรรจุลูกกระสุน 200 ลูก ความแรง 120 fps สามารถตั้งเวลาได้ตั้งแต่ 1.5 -3 วินาที  มี 7 ลูกกับตัว

 

มีดซัด  มีดขว้าง  ไว้ใช้งานตามอัธยาศัย  และมี... พกไว้ทั่วตัว

 

 

 

วิธีการต่อสู้:

 [ต่อสู้ระยะประชิด]

ใช้การต่อสู่มือเปล่า  ประเภท มวย  คาโปเอร่า ในกรณีไม่มีอาวุธแล้วหรือตามความจำเป็น  ริเอะเป็นประเภทถึงตัวจะเล็กแต่แรงเยอะ.... มากกว่าผู้ชายตัวบางๆ  ถนัดในการโจมตีจุดอ่อน เช่น ลิ้นปี่  คอหอย  ข้อพับ  แต่เจ้าตัวกลับชอบกระแทกจนเละไม่ว่าส่วนไหนมากกว่า

ในกรณีที่มีดยังไม่หมด  เพราะเป็นมีดใช่ว่าจะใช้ซัดอย่างเดียว  มันทำได้ทุกอย่างตามสถานการณ์

ปืนทั้งหลาย ถึงกระสุนจะหมดก็เอามาฟาดใส่ได้เก๋ๆ(?)

[ต่อสู้ระยะไกล]

ใช้ปืนกราดยิง ซัดมีด  ปาระเบิด ฯลฯ ข้างต้น

 

ริเอะมีความคล่องตัวสูงมาก  และอึดกว่าผู้หญิงปกติทั่วไป  กระสุนที่ใช้เป็นประเภทเจาะเกราะพิเศษ 

แต่ข้อเสียของมันก็คือการต่อสู้เบื้องต้นเป็นไปอย่างปกติชนคนธรรมดา  ไม่มีการใช้ไฟธาตุใดๆ   

 

 

II. ความสามารถของอาวุธกล่อง

 

กล่อง:    nibbio di tempesta  

มีรูปลักษณ์เป็นว่าวสีแดงที่แผ่ไฟวายุเป็นแอเรียรัศมี 50 เมตรในอากาศในระดับความสูงตั้งแต่ปกติจนถึงชั้นเมฆ

 คุณสมบัติคือไฟแอเรียที่แผ่ออกมาจะลดพลังการโจมตีทางอากาศหรือระยะไกลจากศัตรูเสมือนเรด้าตรวจจับ

 

 

 ความเร็ว : คามเร็วในการหลบหลีกพอจะมีแต่ปกติจะลอยอยู่นิ่งๆ เฉพาะจุด [2]

ขนาด : กว้าง 1 เมตร ยาว 1.5 เมตร [1]

ท่าไม้ตาย :

'พายุฝนสีแดง'  ปล่อยไฟธาตุวายุลงมาในลักษณะของเม็ดฝน  ครอบคลุมเป็นบริเวณที่ว่าวลอยอยู่  ฝนนี้จะกร่อนทำลายวัตถุเบื้องล่างคล้ายฝนกรด  [4]

*ไม่มีการเลือกเฉพาะส่วน* 


ทนทาน : [3]

ความฉลาด : [0]


นิสัย : [0]


พลังโจมตี : [5]

_________________________________________________________

ส่งริเอะก่อนทั้งที่ริเอะยังไม่ได้ลงชื่อ... 

มากไปตรงไหนสามารถปรับลดได้เรื่อยๆ เจ้าค่ะ....    ภาพประกอบอื่นๆ อาจตามมาหลังจากนี้

ปล. เอ็กซ์ทีนแย่มาก..